อปิจ พุทฺธา นาม ธมฺมํ เทเสนฺตา ปริสํ เมตฺตาย ผรนฺติ, เมตฺตาผรเณน ทสพเล มหาชนสฺส จิตฺตํ ปสีทติ, พุทฺธา จ นาม รูปคฺคปฺปตฺตา โหนฺติ ทสฺสนสมฺปนฺนา มธุรสฺสรา มุทุชิวฺหา สุผุสิตทนฺตาวรณา อมเตน หทยํ สิญฺจนฺตา วิย ธมฺมํ กเถนฺติ. ตตฺร เนสํ เมตฺตาผรเณน ปสนฺนจิตฺตานํ เอวํ โหติ "เอวรูปํ อเทฺวชฺฌกถํ อโมฆกถํ นิยฺยานิกกถํ กเถนฺเตน ภควตา สทฺธึ น สกฺขิสฺสาม ปจฺจนีกคฺคาหํ คณฺหิตุนฺ"ติ อตฺตโน ปสนฺนภาเวเนว น ปุจฺฉนฺติ.

อญฺญทตฺถูติ เอกํเสน. สาวกา สมฺปชฺชนฺตีติ สรณคมนวเสน สาวกา โหนฺติ. ตทนุตฺตรนฺติ ตํ อนุตฺตรํ. พฺรหฺมจริยปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานภูตํ อรหตฺตผลํ, ตทตฺถาย หิ เต ปพฺพชนฺติ. มนํ วต โภ อนสฺสามาติ โภ สเจ มยํ น อุปสงฺกเมยฺยาม, อิมินา โถเกน อนุปสงฺกมนมตฺเตน อปยิรูปาสนมตฺเตเนว นฏฺฐา ภเวยฺยาม, อุปสงฺกมนมตฺตเกน ปนมฺหา น นฏฺฐาติ อตฺโถ. ทุติยปทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. อสฺสมณาว สมานาติอาทีสุ ปาปานํ อสมิตตฺตา อสฺสมณาว. อวาหิตตฺตา จ ปน อพฺราหฺมณาว. กิเลสารีนํ อหตตฺตา อนรหนฺโตเยว สมานาติ อตฺโถ.

[๒๙๐] อุทานํ อุทาเนสีติ อุทาหารํ อุทาหริ. ยถา หิ ยํ เตลํ มานํ คเหตุํ น สกฺโกติ, วิสฺสนฺทิตฺวา คจฺฉติ, ตํ อวเสโกติ วุจฺจติ, ยญฺจ ชลํ ตฬากํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อชฺโฌตฺถริตฺวา คจฺฉติ, ตํ โอโฆติ วุจฺจติ, เอวเมว ยํ ปีติมยํ วจนํ หทยํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อธิกํ หุตฺวา อนฺโต อสณฺฐหิตฺวา พหิ นิกฺขมติ, ตํ อุทานนฺติ วุจฺจติ. เอวรูปํ ปีติมยํ วจนํ นิจฺฉาเรสีติ อตฺโถ. หตฺถิปโทปโมติ หตฺถิปทํ อุปมา อสฺส ธมฺมสฺสาติ หตฺถิปโทปโม. โส น เอตฺตาวตา วิตฺถาเรน ปริปูโร โหตีติ ทสฺเสติ. นาควนิโกติ อุคฺคหิตหตฺถิสิปฺโป หตฺถิวนจาริโก. อถ กสฺมา อิธ กุสโลติ น วุตฺโตติ. ปรโต "โย โหติ กุสโล"ติ วิภาคทสฺสนโต. โย หิ โกจิ ปวิสติ, โย ปน กุสโล โหติ, โส เนว ตาว นิฏฺฐํ คจฺฉติ. ตสฺมา อิธ กุสโลติ อวตฺวา ปรโต วุตฺโต.

[๒๙๑] วามนิกาติ รสฺสา อายามโตปิ น ทีฆา มหากุจฺฉิ หตฺถินิโย. อุจฺจา จ นิเสวิตนฺติ สตฺตฏฺฐรตนุพฺเพเธ วฏรุกฺขาทีนํ ขนฺธปฺปเทเส ฆํสิตฏฺฐานํ. อุจฺจา กาฬาริกาติ อุจฺจา จ ยฏฺฐิสทิสปาทา หุตฺวา, กาฬาริกา จ ทนฺตานํ กฬารตาย. ตาสํ กิร เอโก ทนฺโต อุนฺนโต โหติ, เอโก โอนโต. อุโภปิ จ วิรฬา โหนฺติ, น อาสนฺนา. อุจฺจา จ ทนฺเตหิ อารญฺชิตานีติ สตฺตฏฺฐรตนุพฺเพเธ วฏรุกฺขาทีนํ ขนฺธปฺปเทเส ผรสุนา ปหตฏฺฐานํ วิย ทาฐาหิ ฉินฺนฏฺฐานํ. อุจฺจา กเณรุกา นามาติ อุจฺจา จ ยฏฺฐิสทิสทีฆปาทา หุตฺวา, กเณรุกา จ ทนฺตานํ กเณรุตาย, ตา กิร มกุลทาฐา โหนฺติ. ตสฺมา กเณรุกาติ วุจฺจติ. โส นิฏฺฐํ คจฺฉตีติ โส นาควนิโก ยสฺส วตาหํ นาคสฺส อนุปทํ อาคโต, อยเมว โส, น อญฺโญ. ยํ หิ อหํ ปฐมปทํ ทิสฺวา วามนิกานํ ปทํ อิทํ ภวิสฺสตีติ นิฏฺฐํ น คโต, ยํปิ ตโต โอรภาเค ทิสฺวา กาฬาริกานํ ภวิสฺสติ, กเณรุกานํ ภวิสฺสตีติ นิฏฺฐํ น คโต, สพฺพนฺตํ อิมสฺเสว มหาหตฺถิโน ปทนฺติ มหาหตฺถึ ทิสฺวาว นิฏฺฐํ คจฺฉติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๘๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. จูฬหัตถิปโทปมสูตร”