โย ปสฺสตีติอาทิ ปน เนสํ อนฺโตวิหาเร วตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ วจฺจฆฏนฺติ อาจมนกุมฺภึ. ริตฺตนฺติ ริตฺตกํ. ตุจฺฉกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อวิสยฺหนฺติ อุกฺขิปิตุํ อสกฺกุเณยฺยํ, อติภาริยํ. หตฺถวิกาเรนาติ หตฺถสญฺญาย. เต กิร ปานียฆฏาทีสุ ยงฺกิญฺจิ ตุจฺฉกํ คเหตฺวา โปกฺขรณึ คนฺตฺวา อนฺโต จ พหิ จ โธวิตฺวา อุทกํ ปริสฺสาวิตฺวา ๑- ตีเร ฐเปตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ หตฺถวิกาเรน อามนฺเตนฺติ, โอทิสฺส วา อโนทิสฺส วา สทฺทํ น กโรนฺติ. กสฺมา โอทิสฺส สทฺทํ น กโรนฺติ? ตํ ภิกฺขุํ สทฺโท พาเธยฺยาติ. กสฺมา อโนทิสฺส สทฺทํ น กโรนฺติ? อโนทิสฺส สทฺเท ทินฺเน "อหํ ปุเร อหํ ปุเร"ติ เทฺวปิ นิกฺขเมยฺยุํ, ตโต ทฺวีหิ กตฺตพฺพกมฺเม ตติยสฺส กมฺมจฺเฉโท ภเวยฺย. สํยตปทสทฺโท ปน หุตฺวา อปรสฺส ภิกฺขุโน ทิวาฏฺฐานสนฺติกํ คนฺตฺวา เตน ทิฏฺฐภาวํ ญตฺวา หตฺถสญฺญํ กโรติ, ตาย สญฺญาย อิตโร อาคจฺฉติ, ตโต เทฺว ชนา หตฺเถน หตฺถํ สํสิพฺพนฺตา ทฺวีสุ หตฺเถสุ ฐเปตฺวา อุปฏฺฐเปนฺติ. ตํ สนฺธายาห "หตฺถวิกาเรน ทุติยํ อามนฺเตตฺวา หตฺถวิลงฺฆิเกน อุปฏฺฐเปมา"ติ.

ปญฺจาหิกํ โข ปนาติ จาตุทฺทเส ปณฺณรเส อฏฺฐมิยนฺติ อิทนฺตาว ปกติธมฺมสฺสวนเมว, ตํ อขณฺฑํ กตฺวา ปญฺจเม ปญฺจเม ทิวเส เทฺว เถรา นาติวิกาเล นฺหายิตฺวา อนุรุทฺธตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ ตโยปิ นิสีทิตฺวา ติณฺณํ ปิฏกานํ อญฺญตรสฺมึ อญฺญมญฺญํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, อญฺญมญฺญํ วิสฺสชฺเชนฺติ, เตสํ เอวํ กโรนฺตานํเยว อรุณํ อุคฺคจฺฉติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ๒- "กจฺจิ ปน โว อนุรุทฺธา อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปหิตตฺตา วิหรถา"ติ. ๒- เอตฺตาวตา เถเรน ภควตา อปฺปมาทลกฺขณํ ปุจฺฉิเตน ปมาทฏฺฐาเนสุเยว อปฺปมาทลกฺขณํ วิสฺสชฺชิตํ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๘๓๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. จูฬโคสิงคสาลสูตร”