น ติตฺถํ ชานาตีติ ติตฺถํ สมนฺติ วา วิสมนฺติ วา สคาหนฺติ วา วา นิคฺคาหนฺติ วา น ชานาติ, โส อติตฺเถน คาวิโย โอตาเรติ, ตาสํ วิสมติตฺเถ

น ปีตํ ชานาตีติ ปีตมฺปิ อปีตมฺปิ น ชานาติ. โคปาลเกน หิ "อิมาย คาวิยา ปีตํ, อิมาย น ปีตํ, อิมาย ปานียติตฺเถ โอกาโส ลทฺโธ, อิมาย น ลทฺโธ"ติ เอวํ ปีตาปีตํ ชานิตพฺพํ โหติ. อยํ ปน ทิวสภาคํ อรญฺเญ โคคณํ รกฺขิตฺวา ปานียํ ปาเยสฺสามีติ นทึ วา ตฬากํ วา คเหตฺวา คจฺฉติ. ตตฺถ มหาอุสภา จ อนุอุสภา จ พลวคาวิโย จ ทุพฺพลานิ เจว มหลฺลกานิ จ โครูปานิ สิงฺเคหิ วา ผาสุกาหิ วา ปหริตฺวา อตฺตโน โอกาสํ กตฺวา อูรุปฺปมาณํ อุทกํ ปวิสิตฺวา ยถากามํ ปิวนฺติ, อวเสสา โอกาสํ อลภมานา ตีเร ฐตฺวา กลลมิสฺสกํ อุทกํ ปิวนฺติ, อปีตา เอว วา โหนฺติ. อถ เน ๑- โคปาลโก ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา ปุน อรญฺญํ ปเวเสติ, ตตฺถ อปีตคาวิโย ปิปาสาย สุกฺขมานา ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ น สกฺโกนฺติ, ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ, โคคณานํ ๒- ชโว หายติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

น วีถึ ชานาตีติ "อยํ มคฺโค สโม เขโม, อยํ วิสโม สาสงฺโก สปฺปฏิภโย"ติ น ชานาติ. โส สมํ เขมํ มคฺคํ วชฺเชตฺวา โคคณํ อิตรํ มคฺคํ ปฏิปาเทติ, ตตฺถ คาโว สีหพฺยคฺฆาทีนํ คนฺเธน โจรปริสฺสเยน วา อภิภูตา ภนฺตมิคสปฺปฏิภาคา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทนฺติ, น อุทกํ ๓- ปิวนฺติ, ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๘๖๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาโคปาลสูตร”