น ติตฺถํ ชานาตีติ ติตฺถภูเต พหุสฺสุตภิกฺขูน อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต "อิทํ ภนฺเต พฺยญฺชนํ กถํ โรเปตพฺพํ, อิมสฺส ภาสิตสฺส โก อตฺโถ, อิมสฺมึ ปาลิฏฺฐาเน ปาลิ กึ วทติ, อิมสฺมึ ฐาเน อตฺโถ กึ ทีเปตี"ติ เอวํ น ปริปุจฺฉติ น ปริคฺคณฺหาติ ๒- น ปริปญฺหติ, น ชานาเปตีติ อตฺโถ. ตสฺส เต เอวํ อปริปุจฺฉโต อวิวฏญฺเจว น วิวรนฺติ, ภาเชตฺวา น ทสฺเสนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ น อุตฺตานีกโรนฺติ, อปากฏํ น ปากฏํ กโรนฺติ. อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฏฺฐานีเยสุ ธมฺเมสูติ อเนกวิธาสุ กงฺขาสุ เอกํ กงฺขํปิ น ปฏิวิโนเทนฺติ. กงฺขาเอว หิ กงฺขาฏฺฐานียา ธมฺมา นาม. ตตฺถ เอกํ กงฺขํปิ น นีหรนฺตีติ อตฺโถ. โส เอวํ พหุสฺสุตติตฺถํ อนุปสงฺกมิตฺวา สกงฺโข กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ. ยถา จ โส โคปาลโก ติตฺถํ น ชานาติ, เอวํ อยํปิ ภิกฺขุ ธมฺมติตฺถํ น ชานาติ, อชานนฺโต อวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อาภิธมฺมิกํ อุปสงฺกมิตฺวา กปฺปิยากปฺปิยํ ปุจฺฉติ, วินยธรํ อุปสงฺกมิตฺวา รูปารูปปริจฺเฉทํ ปุจฺฉติ, เต

เปฯ ปริพาหิโร โหติ.

น ปีตํ ชานาตีติ ยถา โส โคปาลโก ปีตาปีตํ น ชานาติ, เอวํ ธมฺมูปสญฺหิตํ ปาโมชฺชํ น ชานาติ น ลภติ, สวนมยํ ปุญฺญกิริยาวตฺถุํ นิสฺสาย อานิสํสํ น วินฺทติ, ธมฺมสฺสวนคฺคํ คนฺตฺวา สกฺกจฺจํ น สุณาติ, นิสินฺโน นิทฺทายติ, กถํ กเถติ, อญฺญวิหิตโก โหติ, โส สกฺกจฺจํ ธมฺมํ อสุณนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

น วีถึ ชานาตีติ โส โคปาลโก มคฺคามคฺคํ วิย "อยํ โลกิโย อยํ โลกุตฺตโร"ติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, อชานนฺโต โลกิยมคฺเค อภินิวิสิตฺวา โลกุตฺตรํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ ฯเปฯ ปริพาหิโร โหติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๘๖๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหาโคปาลสูตร”