อยํ สจฺจโก ตาสํ จตุนฺนํปิ กนิฏฺฐภาติโก, ตาหิ จตูหิปิ อุตฺตริตรปญฺโญ, มาตาปิตูนํปิ สนฺติกา วาทสหสฺสํ, ตโต พหุตรญฺจ พาหิรสมยํ อุคฺคณฺหิตฺวา ๑- กตฺถจิ อคนฺตฺวา ราชทารเก สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต ตตฺเถว เวสาลิยํ วสติ, ปญฺญาย อติปูริตตฺตา กุจฺฉิ เม ภิชฺเชยฺยาติ ภีโต อยปฏฺเฏน กุจฺฉึ ปริกฺขิปิตฺวา จรติ, อิมํ สนฺธาย วุตฺตํ "สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต"ติ.
ภสฺสปฺปวาทโกติ ภสฺสํ วุจฺจติ กถามคฺโค, ตํ ปวทติ กเถตีติ ภสฺสปฺปวาทโก. ปณฺทิตวาโทติ อหํ ปณฺฑิโตติ เอวํวาโท. สาธุสมฺมโต พหุชนสฺสาติ ยํ ยํ นกฺขตฺตวาเรน ๒- อาทิสติ, ตํ ตํ เยภุยฺเยน ตเถว โหติ, ตสฺมา อยํ สาธุลทฺธิโก ภทฺทโกติ เอวํ สมฺมโต มหาชนสฺส. วาเทน วาทํ สมารทฺโธติ กถามคฺเคน โทสํ อาโรปิโต. อายสฺมา อสฺสชีติ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อาจริโย อสฺสชิตฺเถโร. ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมมาโนติ ตโต ตโต ลิจฺฉวิราชเคหโต ตํ ตํ เคหํ คมนตฺถาย อนุจงฺกมมาโน. เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? สมยชานนตฺถํ.
เอวํ กิรสฺส อโหสิ "อหํ' สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี'ติ อาหิณฺฑามิ, `สมยํ ปนสฺส น ชานามี'ติ น อาโรเปสึ. ปรสฺส หิ สมยํ ญตฺวา อาโรปิโต วาโท สฺวาโรปิโต นาม โหติ. อยํ ปน สมณสฺส โคตมสฺส สาวโก ปญฺญายติ อสฺสชิตฺเถโร, โส อตฺตโน สตฺถุ สมเย โกวิโท, เอตาหํ ปุจฺฉิตฺวา กถํ ปติฏฺฐเปตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี"ติ. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. วิเนตีติ กถํ วิเนติ, กถํ สิกฺขาเปตีติ ปุจฺฉติ. เถโร ปน ยสฺมา ทุกฺขนฺติ วุตฺเต อุปารมฺภสฺส โอกาโส โหติ, มคฺคผลานิปิ ปริยาเยน ทุกฺขนฺติ อาคตานิ, อยญฺจ ทุกฺขนฺติ วุตฺเต เถรํ ปุจฺเฉยฺย "โภ อสฺสชิ กิมตฺถํ ตุเมฺห ปพฺพชิตา"ติ. ตโต