@๔ ฉ.ม....ปลฺลงฺเก ๕ ฉ.ม. เอว ๖ สี. ปโยชนาวธิ ๗ ฉ.ม. รญฺเชนฺโต. เอวมุปริปิ ธมฺมํ เทเสติ, อสลฺลีโน อนุปลิตฺโต เอตฺตกํ เอกวิหารี สุญฺญตผลสมาปตฺตึ อนุยุตฺโตติ ทสฺเสตุํ เอวมาห.

อชฺฌตฺตเมวาติ โคจรชฺฌตฺตเมว. สนฺนิสาเทมีติ ๑- สนฺนิสีทาเปมิ, ตถาคโต หิ ยสฺมึ ขเณ ปริสา สาธุการํ เทติ, ตสฺมึ ขเณ ปุพฺพภาเคน ๒- ปริจฺฉินฺทิตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, สาธุการสทฺทสฺส นิคฺโฆเส อปริจฺฉินฺเนเยว ๓- สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสติ, พุทฺธานํ หิ ภวงฺคปริวาโส ลหุโก โหตีติ อสฺสาสวาเร ปสฺสาสวาเร ผลสมาปตฺตึ ๔- สมาปชฺชนฺติ. เยน สุทํ นิจฺจกปฺปนฺติ เยน สุญฺเญน ผลสมาธินา นิจฺจกาลํ วิหรามิ, ตสฺมึ สมาธินิมิตฺเต จิตฺตํ สณฺฐเปมิ สมาทหามีติ ทสฺเสติ.

โอกปฺปนิยเมตนฺติ สทฺทหนิยเมตํ. เอวํ ภควโต เอกคฺคจิตฺตตํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อิทานิ อตฺตนา ๕- โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อานีตํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต อภิชานาติ โข ปน ภวํ โคตโม ทิวา สุปิตาติ อาห. ยถา หิ สุนโข นาม อสมฺภินฺนขีรปกฺกปายาสํ สปฺปินา โยเชตฺวา อุทรปูรํ โภชิโตปิ คูถํ ทิสฺวา อขาทิตฺวา คนฺตุํ น สกฺกา, อขาทมาโน ฆายิตฺวาปิ คจฺฉติ, อฆายิตฺวาว คตสฺส กิรสฺส สีสํ รุชฺชติ, เอวเมว อิมสฺสปิ สตฺถา อสมฺภินฺนขีรปกฺกปายาสสทิสํ อภินิกฺขมนโต ปฏฺฐาย ยาว อาสวกฺขยา ปสาทนียธมฺมเทสนํ เทเสติ. เอตสฺส ปน เอวรูปํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สตฺถริ ปสาทมตฺตํปิ น อุปฺปนฺนํ, ตสฺมา โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อานีตํ ปญฺหํ อปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต เอวมาห. อถ ๖- ยสฺมา ถีนมิทฺธํ สพฺพขีณาสวานํ อรหตฺตมคฺเคเนว ปหียติ, กายทรโถ ปน อุปาทินฺนเกปิ โหติ อนุปาทินฺนเกปิ. ตถา หิ กมลุปฺปลาทีนิ เอกสฺมึ กาเล วิกสนฺติ, เอกสฺมึ มกุลานิ โหนฺติ, สายํ เกสญฺจิ รุกฺขานํ ๗- ปตฺตานิ ปฏิลียนฺติ, ปาโต วิปฺผาริกานิ โหนฺติ. เอวํ อุปาทินฺนกสฺส กายสฺส ทรโถเยว ทรถวเสน ภวงฺคโสตญฺจ อิธ นิทฺทาติ อธิปฺเปตํ, ตํ ขีณาสวานํปิ โหติ. ตํ สนฺธาย "อภิชานามหนฺ"ติอาทิมาห. สมฺโมหวิหารสฺมึ วทนฺตีติ สมฺโมหวิหาโรติ วทนฺติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๙๐๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. มหาสัจจกสูตร”