@๓ ฉ.ม. อผุฏํ นาม ๔ ม. สนฺเทตุํ จ ปน ถิรํ น โหติ, มทฺทนฺตสฺส ๑- ภิชฺชติ, ตสฺมา ตํ น ทสฺเสติ. ๒- ปริปฺโผสกํ ปริปฺโผสกนฺติ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา. สนฺเนยฺยาติ วามหตฺเถน กํสถาลํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ปมาณยุตฺตํ อุทกํ สิญฺจิตฺวา สิญฺจิตฺวา ปริมทฺทนฺโต ปิณฺฑกํ กเรยฺย. สิเนหานุคตาติ อุทกสิเนเหน อนุคตา. สิเนหปเรตาติ อุทกสิเนเหน ปริคตา. สนฺตรพาหิราติ สทฺธึ อนฺโตปเทเสน เจว พหิปเทเสน จ, สพฺพตฺถกเมว อุทกสิเนเหน ผุฏฺฐาติ ๓- อตฺโถ. น จ ปคฺฆรตีติ น พินฺทุ พินฺทุ อุทกํ ปคฺฆรติ, สกฺกา โหติ หตฺเถนปิ ทฺวีหิปิ ตีหิปิ องฺคุลีหิ คเหตุํ โอวฏฺฏิกํปิ ๔- กาตุนฺติ อตฺโถ.
[๔๒๘] ทุติยชฺฌานสุขูปมายํ อุพฺภิโตทโกติ อุพฺภินฺนอุทโก, เหฏฺฐา อุพฺภิชฺชิตฺวา อุคฺคจฺฉนอุทโก, อนฺโตเยว ปน อุพฺภิชฺชนอุทโกติ อตฺโถ. อายมุขนฺติ อาคมนมคฺโค. เทโวติ เมโฆ. กาเลน กาลนฺติ กาเล กาเล, อนฺวฑฺฒมาสํ วา อนุทสาหํ วาติ อตฺโถ. ธารนฺติ วุฏฺฐึ. อนุปเวจฺเฉยฺยาติ น ปเวเสยฺย, น วสฺเสยฺยาติ อตฺโถ. สีตา วาริธารา อุพฺภิชฺชิตฺวาติ สีตํ วาริ ตํ อุทกรหทํ ปูรยมานํ อุพฺภิชฺชิตฺวา. เหฏฺฐา อุคฺคจฺฉนฺตํ อุทกญฺหิ อุคฺคนฺตฺวา อุคฺคนฺตฺวา ภิชฺชนฺตํ อุทกํ โขเภติ, จตูหิ ทิสาหิ ปวิสนอุทกํ ปุราณปณฺณติณกฏฺฐทณฺฑกาทีหิ อุทกํ โขเภติ, วุฏฺฐิอุทกํ ธารานิปาตปุพฺพุฬเกหิ อุทกํ โขเภติ, สนฺนิสินฺนเมว ปน หุตฺวา อิทฺธินิมฺมิตมิว อุปฺปชฺชมานํ อุทกํ อิมํ ปเทสํ ผรติ, อิมํ ปเทสํ น ผรตีติ นตฺถิ, เตน อผุฏฺโฐกาโส นาม น โหติ, ๕- ตตฺถ รหโท วิย กรชกาโย, อุทกํ วิย ทุติยชฺฌานสุขํ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.
[๔๒๙] ตติยชฺฌานสุขูปมายํ อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ เสตรตฺตนีลุปฺปเลสุ ยงฺกิญฺจิ อุปฺปลํ อุปฺปลเมว, อูนกสตปตฺตํ ปุณฺฑรีกํ, สตปตฺตํ ปทุมํ. ปตฺตนิยมํ วา วินาปิ เสตํ ปทุมํ, รตฺตํ ปุณฺฑรีกนฺติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. อุทกานุคฺคตานีติ อุทกโต น อุคฺคตานิ. อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิติ อุทกตลสฺส อนฺโตนิมุคฺคานิเยว หุตฺวา โปสินี, วฑฺฒีนีติ อตฺโถ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.