สาธุ โข ปนาติ สุนฺทรํ โข ปน, อตฺถาวหํ สุขาวหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตถารูปานํ อรหตนฺติ ยถารูโป โส ภวํ โคตโม, เอวรูปานํ อเนเกหิปิ กปฺปโกฏิสตสหสฺเสหิ ทุลฺลภทสฺสนานํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺเตหิ อสีติอนุพฺยญฺชน- รตนปฏิมณฺฑิเตหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวเรหิ สมากิณฺณมโนรมสรีรานํ อตปฺปกทสฺสนานํ อติมธุรธมฺมนิคฺโฆสานํ ยถาภูตคุณาธิคเมน โลเก อรหนฺโตติ ลทฺธสทฺธานํ อรหตํ. ทสฺสนํ โหตีติ ปสาทโสมฺมานิ อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา ทสฺสนมตฺตํปิ สาธุ โหติ. สเจ ปน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เอกปทํปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สพฺพกิจฺจานิ ปหาย ตุฏฺฐมานสา อาคมึสุ. เอตทโวจุนฺติ ทุวิธา หิ ปุจฺฉา อคาริกปุจฺฉา จ อนคาริกปุจฺฉา จ. ตตฺถ "กึ ภนฺเต กุสลํ, กึ อกุสลนฺ"ติ อิมินา นเยน อคาริกปุจฺฉา อาคตา. "อิเม โข ภนฺเต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา"ติ อิมินา นเยน อนคาริกปุจฺฉา. อิเม ปน อตฺตโน อนุรูปํ อคาริกปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺตา เอตํ "โก นุ โข โภ โคตโม เหตุ โก ปจฺจโย"ติอาทิวจนํ อโวจุํ, เตสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สงฺขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต อธมฺมจริยาวิสมจริยาเหตุ โข คหปตโยติ- อาทิมาห. กสฺมา ปน ภควา ยถา น สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ วิสฺสชฺเชสีติ. ปณฺฑิตมานิกา หิ เต อาทิโตว มาติกํ อฏฺฐเปตฺวา ยถา สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ อตฺเถ วิตฺถาริเต เทสนํ อุตฺตานิกาติ มญฺญนฺตา อวชานนฺติ, มยํปิ กเถนฺตา เอวเมว กเถยฺยามาติ วตฺตาโร ภวนฺติ, เตน เนสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สงฺขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ, ตโต สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺเตหิ วิตฺถารเทสนํ ยาจิโต วิตฺถาเรน เทเสตุํ เตนหิ คหปตโยติอาทิมาห. ตตฺถ เตนหีติ การณตฺเถ นิปาโต, ยสฺมา มํ ตุเมฺห ยาจถ, ตสฺมาติ อตฺโถ.

[๔๔๐] ติวิธนฺติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ, กาเยนาติ กายทฺวาเรน. อธมฺมจริยา- วิสมจริยาติ อธมฺมจริยสงฺขาตา วิสมจริยา. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ, อธมฺมสฺส จริยา อธมฺมจริยา, อธมฺมกรณนฺติ อตฺโถ. วิสมา จริยาติ ๑- วิสมสฺส วา กมฺมสฺส จริยาติ วิสมจริยา. อธมฺมจริยา จ สา วิสมจริยา จาติ อธมฺมจริยวิสมจริยา. เอเตนูปาเยน สพฺเพสุ กณฺหสุกฺกปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลุทฺโทติ กกฺขโล. ทารุโณติ สาหสิโก. โลหิตปาณีติ ปรํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส ปาณิ โลหิเตน ลิปฺปติ. ๒- สเจปิ น ลิปฺปติ, ตถาวิโธ โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ. หตปฺปหเต นิวิฏฺโฐติ หเต จ ปรสฺส ปหารทาเน, ปหเต จ ปรมารเณ นิวิฏฺโฐ. อทยาปนฺโนติ นิกฺกรุณตฺตํ อาปนฺโน.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๙๔๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. สาเลยยกสูตร”