@๔ ฉ.ม. อาคมนาการํ ๕ ฉ.ม. อนปโลเกตฺวา ๖ ฉ.ม. สายณฺหกาเล

@๗ สี. โปราโณ นตฺถิ ธมฺมทินฺเนติ. อญฺโญ โกจิ ปริเภทโก อตฺถีติ. อยํปิ นตฺถีติ. เอวํ สนฺเต มยฺหเมว โกจิ โทโส ภวิสฺสตีติ. ตุยฺหํปิ โทโส นตฺถีติ. อถ กสฺมา มยา สทฺธึ ยถาปกติยา อลฺลาปสลฺลาปมตฺตํปิ น กโรถาติ. โส จินฺเตสิ "อยํ โลกุตฺตรธมฺโม นาม ครุภาริโย น ปกาเสตพฺโพ, สเจ โข ปนาหํ น กเถสฺสามิ, อยํ หทยํ ผาเลตฺวา เอตฺเถว กาลํ กเรยฺยา"ติ ตสฺสา อนุคฺคหนตฺถาย กเถสิ "ธมฺมทินฺเน อหํ สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นาม อธิคโต, ตํ อธิคตสฺส เอวรูปา โลกิยกิริยา น วฏฺฏติ, ยทิ ตฺวํ อิจฺฉสิ, ตว จตฺตาฬีสโกฏิโย มม จตฺตาฬีสโกฏิโยติ อสีติโกฏิธนํ อตฺถิ, เอตฺถ อิสฺสรา หุตฺวา มม มาติฏฺฐาเน วา ภคินิฏฺฐาเน วา ฐตฺวา วส, ตยา ทินฺเนน ภตฺตปิณฺฑมตฺตเกน อหํ ยาเปสฺสามิ, อเถวํ น กโรสิ, อิเม โภเค คเหตฺวา กุลเคหํ คจฺฉ, อถาปิ เต พหิทฺธา ปตฺถนา นตฺถิ, อหํ ตํ ภคินิฏฺฐาเน วา ธีตุฏฺฐาเน วา ฐเปตฺวา โปสิสฺสามี"ติ.

สา จินฺเตสิ "ปกติปุริโส เอวํ วตฺตา นาม นตฺถิ, อทฺธา เอเตน โลกุตฺตรธมฺโม ๑- ปฏิวิทฺโธ, โส ปน ธมฺโม กึ ปุริเสเหว ปฏิวิชฺฌิตพฺโพ ๒- อุทาหุ มาตุคาโมปิ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกตี"ติ วิสาขํ เอตทโวจ "กึ นุ โข เอโส ธมฺโม ปุริเสเหว ลภิตพฺโพ, มาตุคาเมนปิ ๓- สกฺกา ลทฺธุนฺ"ติ. กึ วเทสิ ธมฺมทินฺเน, เย ปฏิปนฺนกา, เต เอตสฺส ทายาทา, ยสฺส ยสฺส อุปนิสฺสโย อตฺถิ, โส โส เอตํ ปฏิลภตีติ. เอวํ สนฺเต มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถาติ. สาธุ ภทฺเท อหํปิ ตํ เอตสฺมึเยว มคฺเค โยเชตุกาโม, มนํ ปน เต อชานมาโน น กเถมีติ ตาวเทว พิมฺพิสารสฺส รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ,

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๙๗๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. จูฬเวทัลลสูตร”