ในคำว่า ทรงมีกามราคะสิ้นแล้ว นี้ กิเลสแม้ทั้งปวงของพระผู้มีพระภาคเจ้า สิ้นไปแล้วโดยแท้ แต่พราหมณ์ไม่รู้จักกิเลสเหล่านั้น กล่าวคุณในฐานะที่ตนรู้เท่านั้น.

บทว่า วิคตาจาปลฺโล ปราศจากความโลเล. ความว่า ทรงปราศจากความโลเลที่กล่าวไว้อย่างนี้ว่า ประดับบาตรประดับจีวรและเสนาสนะ. อีกอย่างหนึ่ง การรัก การยึดถือกายอันเปื่อยเน่านี้.

บทว่า อปาปปุเรกฺขาโร ไม่ทรงมุ่งความชั่ว คือทรงมุ่งโลกุตตรธรรม ๙ อันไม่ชั่วร้ายเสด็จเที่ยวไป.

คำว่า ชนที่เป็นพราหมณ์ ได้แก่ พวกพราหมณ์แต่ละพวกมีพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปเป็นต้น. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นไม่ทรงมุ่งร้าย ทรงทำหมู่ชนนี้แหละไว้เบื้องหน้า. อธิบายว่า ก็หมู่ชนนี้กระทำพระสมณโคดมไว้เบื้องหน้า เที่ยวไป. อีกอย่างหนึ่ง ไม่ประพฤติมุ่งความชั่ว คือไม่ประพฤติมุ่งความชั่ว. อธิบายว่า ไม่ปรารถนาความชั่ว.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๑,๐๔๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จังกีสูตร”