ก็ผิว่า กรรมนั้นพึงเป็นกรรมดำไซร้ ก็จะพึงให้วิบากดำ ผิว่าเป็นกรรมขาวไซร้ ก็จะพึงให้วิบากขาว. ส่วนเจตนากรรมในมรรค ๔ ตรัสว่า ไม่ดำไม่ขาว ก็เพราะมีวิบากไม่ดำไม่ขาว เหตุไม่ให้วิบากทั้งสอง.
ความในอุเทศเท่านี้ก่อน. ส่วนในนิเทศพึงทราบความดังต่อไปนี้.
บทว่า สพฺยาปชฺฌํ แปลว่า มีทุกข์.
ในกายสังขารเป็นต้น อกุศลเจตนา ๑๒ ที่ถึงความไหวด้วยอำนาจการจับถือเป็นต้นในกายทวาร ชื่อว่ากายสังขารมีทุกข์. อกุศลเจตนา ๑๒ นั้นนั่นแลที่ทำให้การเปล่งคำเป็นไปได้ด้วยอำนาจการเคลื่อนไหวลูกคางในวจีทวาร ชื่อว่าวจีสังขาร. อกุศลเจตนาที่ยังไม่ถึงความไหวทั้งสองที่เป็นไปในมโนทวาร สำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ลับๆ ชื่อว่ามโนสังขาร. ดังนั้น อกุศลเจตนาเท่านั้นที่ต่างโดยเป็นกายทุจริตเป็นต้นในทวารแม้ทั้งสาม พึงทราบว่า สังขาร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที