จริงอยู่ สงฆ์เป็นผู้ถึงความเป็นใหญ่ด้วยอำนาจแห่งพระนวกะ พระมัชฌิมะและพระเถระทั้งหลายเพียงใด. เสนาสนะย่อมมีธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะบางเหล่ายังไม่เกิดขึ้นในศาสนาเพียงนั้น. แต่เมื่อสงฆ์ถึงความเป็นใหญ่ ธรรมเหล่านั้นจึงเกิดขึ้น เมื่อเป็นดังนั้น พระศาสดาย่อมทรงบัญญัติสิกขาบท. เมื่อสงฆ์ถึงความเป็นใหญ่ พึงทราบสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้โดยนัยนี้ว่า ภิกษุนอนร่วมกับอนุปสัมบันเกิน ๒-๓ ราตรีขึ้นไป ต้องปาจิตตีย์. ๑- ภิกษุณียังภิกษุผู้ยังไม่มีพรรษาให้ลุกออกไปเป็นปาจิตตีย์. ภิกษุณียังภิกษุหนึ่งพรรษา สองพรรษา ให้ลุกไป เป็นปาจิตตีย์. ____________________________ ๑- วิ. มหาวิ. เล่ม ๒/ข้อ ๒๘๙ มุสาวาทวคฺค
บทว่า ลาภคฺคํ คือ ความเป็นผู้เลิศด้วยลาภ.
จริงอยู่ สงฆ์ยังไม่ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภเพียงใด. ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะยังไม่เกิดขึ้นเพราะอาศัยลาภเพียงนั้น. แต่เมื่อสงฆ์ถึงแล้ว ธรรมเหล่านั้นจึงเกิด เมื่อเป็นเช่นนั้น พระศาสดาจึงทรงบัญญัติสิกขาบทว่า ภิกษุให้ของเคี้ยวของฉันแก่อเจลกก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ปริพาชิกาก็ดี ด้วยมือตนเองต้องปาจิตตีย์. ๒- เพราะเมื่อสงฆ์ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงบัญญัติสิกขาบทนี้. ____________________________ ๒- วิ. มหาวิ. เล่ม ๒/ข้อ ๕๒๗ อเจลกวคฺค
บทว่า ยสคฺคํ คือ ความเป็นผู้เลิศด้วยยศ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที