ก็ถ้าว่า มรรคย่อมละกิเลสอันเป็นอดีตได้ไซร้ ถ้าเช่นนั้นย่อมทำกิเลสที่สิ้นไปแล้วให้สิ้นไปได้ ย่อมทำกิเลสที่ดับแล้วให้ดับไป ที่ปราศไปแล้วให้ปราศไป ที่ตั้งอยู่ไม่ได้ให้ตั้งอยู่ไม่ได้ กิเลสเป็นอดีตใดไม่มี ย่อมละกิเลสที่เป็นอดีตนั้นได้.
ก็ถ้าว่า มรรคนั้นย่อมละกิเลสในอนาคตได้ไซร้. ถ้าเช่นนั้น มรรคก็ย่อมละกิเลสที่ยังไม่เกิดได้ ย่อมละกิเลสที่ยังไม่บังเกิดไม่เกิดคือไม่ปรากฏได้, กิเลสที่เป็นอนาคตใดไม่มี ย่อมละกิเลสนั้นได้.
ก็ถ้าว่า มรรคนั้นย่อมละกิเลสอันเป็นปัจจุบันได้ไซร้ ถ้าเช่นนั้น ผู้ถูกย้อมด้วยราคะย่อมละราคะได้ ถูกโทสะประทุษร้ายย่อมละโทสะได้ ลุ่มหลงด้วยโมหะย่อมละโมหะได้ กระด้างด้วยมานะย่อมละมานะได้ ผู้ถูกต้องด้วยทิฏฐิย่อมละทิฏฐิได้ ฟุ้งซ่านด้วยอุทธัจจะย่อมละอุทธัจจะได้ ถึงความไม่ตกลงใจด้วยวิจิกิจฉาย่อมละวิจิกิจฉาได้ ผู้ดำเนินไปด้วยกำลังอนุสัยย่อมละอนุสัยได้. ธรรมดำธรรมขาวย่อมเป็นไปคู่กัน มรรคภาวนาย่อมเศร้าหมอง ถ้าเช่นนั้น มรรคภาวนาย่อมไม่มี การทำให้แจ้งผลก็ไม่มี การละกิเลสก็ไม่มี ธรรมาภิสมัยก็ไม่มี กระนั้นหรือ.
มรรคภาวนามี ฯลฯ ธรรมาภิสมัยมี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที