นัยว่าในที่นั้น พวกพราหมณ์เริ่มต้นด้วยปกิตารุกขพราหมณ์และโปกขรสาติพราหมณ์ นิครนถ์และพวกบรรพชิตมีอเจลกและปริพาชกเป็นต้น ประชุม ประกาศ สนทนา แสดงลัทธิของตนๆ เพราะฉะนั้นอารามนั้นจึงเรียกว่า สมยัปปวาทกะ ที่ประชุมแสดงลัทธิ. ศาลาชื่อว่า ติณฑุกาจีระ เพราะล้อมด้วยแถวต้นมะพลับ. ก็เพราะ ณ ที่นี้ได้มีศาลาอยู่หลังหนึ่งก่อน. ภายหลังจึงสร้างไว้หลายหลัง เพราะอาศัยโปฏฐปาทปริพาชก ผู้มีบุญมาก. ฉะนั้น จึงเรียกว่า เอกสาลกะ โดยได้ชื่อตามความหมายถึงศาลาหลังหนึ่งนั้นนั่นเอง. เอกสาลกะนั้นเป็นสวนของพระราชเทวีของพระเจ้าปเสนทิโกศล พระนามว่ามัลลิกา ดาดาษด้วยดอกไม้และผลไม้ เพราะทำเป็นอารามจึงเรียกว่าอารามของพระนางมัลลิกา. อุคคาหมานปริพาชกอาศัยอยู่ในอารามของพระนางมัลลิกา ในตำบลติณฑุกาจีระ อันเป็นที่ประชุมแสดงลัทธินั้น อยู่อย่างสบาย.
บทว่า ทิวาทิวสฺส เวลาเที่ยง คือเลยเวลาเที่ยงชื่อว่า เวลาเที่ยงวัน.
อธิบายว่า นายช่างไม้ชื่อปัญจกังคะออกไปในเวลาเที่ยงเลยไป เป็นกลางวันแม้ของวันนั้น.
บทว่า ปฏิสลฺลีโน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหลีกเร้นอยู่ คือทรงสำรวมจิตจากอารมณ์มีรูปเป็นต้นนั้นๆ หลีกเร้นอยู่ ถึงความเป็นองค์เดียวด้วยทรงยินดีในฌาน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที