บทว่า โย อิเมสํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดเป็นผู้ฉลาดดี ฉลาดด้วยดี ชำนาญ เฉียบแหลมในธรรมเหล่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นพึงทรงกล่าวเป็นแน่ พระสุคตพระองค์นั้นพึงทรงกล่าวเป็นแน่. เพราะกิเลสเครื่องถึงภพใหญ่น้อยอย่างเดียวแสนโกฏิไม่น้อย ปรากฏแก่ปุพเพนิวาสญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น. นี้เป็นอธิบายในบทนี้ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า ตสฺส วาหํ ปุพฺพนฺตํ อารพฺภ หรือเราพึงปรารภส่วนอดีต.

ความว่า จริงอยู่ ผู้ใดเป็นผู้มีลาภ ผู้นั้นเมื่อเขากล่าวว่า เมื่อก่อนท่านได้เป็นกษัตริย์ ได้เป็นพราหมณ์ เมื่อรู้อยู่จักฟังโดยเคารพ. ส่วนผู้ไม่มีลาภจักเป็นอย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้ ดังนี้บ้าง เขาย่อมแสดงเพียงกรรมเท่านั้น. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้ว่า เราจะพึงยังจิตของผู้นั้นให้ยินดีได้ด้วยการพยากรณ์ปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอดีต ดังนี้.

บทว่า โส วา มํ อปรนฺตํ ผู้นั้นพึงถามปัญหาปรารภขันธ์ส่วนอนาคตกะเรา คือ เพราะอนาคตังสญาณย่อมสำเร็จแก่ผู้ได้ทิพยจักษุ. เพราะฉะนั้น พระองค์จึงตรัสอย่างนี้.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๖๙๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. จูฬสกุลุทายิสูตร”