เพราะเหตุไร สกุลุทายีจึงถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โลกมีความสุขโดยส่วนเดียวมีอยู่หรือ. นัยว่า สกุลุทายีนั้นได้คิดว่า แม้เราก็กล่าวว่า ตนมีความสุขโดยส่วนเดียว. อนึ่ง เรากล่าวการปฏิบัติเป็นสุขบางเวลา เป็นทุกข์บางเวลา. แม้ปฏิปทาของตน ผู้มีความสุขโดยส่วนเดียวก็พึงมีความสุขโดยส่วนเดียว. กถาของพวกเราเป็นกถาไม่นำสัตว์ออกไป. ส่วนกถาของพระศาสดาเป็นกถานำสัตว์ออกไป เพราะเหตุนั้น บัดนี้ เราจะถามพระศาสดาแล้วจึงจะรู้ เพราะฉะนั้น จึงถาม.
บทว่า เอตฺถ มยํ อนสฺสาม คือ พวกเราไม่ยินดีในเหตุนี้ เพราะเหตุไร บริษัทของสกุลุทายิปริพาชกจึงได้กล่าวอย่างนั้น.
นัยว่า บริษัทของสกุลุทายิปริพาชกเหล่านั้นรู้ว่า เมื่อก่อนพวกตนตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการกระทำกสิณบริกรรมยังตติยฌานให้เกิด ครั้นฌานยังไม่เสื่อม ทำกาละแล้วเกิดในชั้นสุภกิณหะ แต่เมื่อกาลผ่านไปๆ แม้กสิณบริกรรมก็ไม่รู้ แม้ตติยฌานก็ไม่สามารถให้เกิดได้.
อนึ่ง พวกเขาเรียนธรรมอันเป็นส่วนเบื้องต้น ๕ ว่า ปฏิปทามีเหตุ. แล้วเรียนตติยฌานว่าโลกมีสุขโดยส่วนเดียว. เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงกล่าวอย่างนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที