ในคำว่า นิพฺเพธิกาย ความว่า วิปัสสนาปัญญา และมรรคปัญญานั้นแล ท่านเรียกว่านิพเพธิกา เพราะเป็นเครื่องแทงตลอด. อธิบายว่า ประกอบด้วยนิพเพธิกปัญญานั้น.

บรรดาวิปัสสนาปัญญาและมรรคปัญญาทั้งสองนั้น มรรคปัญญาชื่อว่านิพเพธิกา เพราะอรรถวิเคราะห์ว่าเจาะแทง คือทำลายกองโลภะ กองโทสะ กองโมหะที่ไม่เคยเจาะแทงที่ไม่เคยทำลายเสียได้โดยตัดได้ขาด. วิปัสสนาปัญญาชื่อว่านิพเพธิกา เพราะอรรถวิเคราะห์ว่าเจาะแทงทำลายกองโลภะเป็นต้นได้โดยเจาะแทงทำลายได้ชั่วขณะ และเพราะเป็นไปเพื่อได้มาซึ่งมรรคปัญญา อันเป็นเครื่องเจาะแทง เพราะเหตุนั้น วิปัสสนาปัญญาจะเรียกว่านิพเพธิกาก็ควร. มรรคปัญญาทำทุกข์ในวัฏฏะให้สิ้นไปโดยชอบ คือ โดยเหตุ โดยนัย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์โดยชอบ.

แม้ในคำว่า สมฺมาทุกฺขกฺขยคามินิยา วิปัสสนาทำทุกข์ในวัฏฏะและทุกข์ เพราะกิเลสให้สิ้นไป ด้วยอำนาจตทังคปหาน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์.

อีกอย่างหนึ่ง วิปัสสนานั้นก็พึงทราบว่าเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์ แม้เพราะเป็นไปเพื่อได้มาซึ่งมรรคปัญญาอันเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. เสขปฏิปทาสูตร”