แต่เมื่อภิกษุทั้งหลายไม่ก้าวล่วงบทบัญญัติ เพื่อความเป็นมงคล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงวางอนุบัญญัติเพื่อให้เหยียบได้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์ต้องการมงคล เราอนุญาตเพื่อความเป็นมงคล แก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ดังนี้. ๒- ____________________________ ๑- เชิงอรรถ : วิ. จูฬ. เล่ม ๗/ข้อ ๑๒๓ เชิงอรรถ : ๒- วิ. จูฬ. เล่ม ๗/ข้อ ๑๒๔-๑๒๕

บทว่า ปจฺฉิมํ ขนตํ ตถาคโน อปโลเกติ ความว่า พระเถระกล่าวหมายเอาเหตุที่ ๓ ในบรรดาเหตุที่กล่าวแล้ว. ท่านกล่าวคำว่า นโข สุเขน สุขํ เพราะเหตุไร. ท่านสำคัญอยู่ว่า ชะรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีความสำคัญในกามสุขัลลิกานุโยค จึงไม่ทรงเหยียบ เพราะฉะนั้น แม้เราก็จักมีฉันทะเสมอด้วยพระศาสดา ดังนี้ จึงกล่าวอย่างนั้น.

บทว่า โส โข อหํ เป็นอาทิ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในมหาสัจจกะ๓- จนถึง ยาว รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม. ต่อจากนั้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวไว้ในปาสราสิสูตร ๔- ตั้งแต่ ปญฺจวคฺคิยานํ อาสวกฺขยา. ____________________________ ๓- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๔๐๕ ๔- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๓๑๒

บทว่า องฺกุสคณฺเห สิปฺเป ได้แก่ ศิลปะของผู้ถือขอ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๘๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. โพธิราชกุมารสูตร”