จริงอยู่ กรรมที่ท่านกระทำนั่นแหละย่อมยังส่วนทั้งสามให้เต็ม
ในบรรดาจิต ๗ ดวง ชวนจิตดวงแรกเป็นกุศลหรืออกุศล ก็ย่อมชื่อว่าทิฏฐธรรมเวทนียกรรม. กรรมนั้นย่อมให้ซึ่งวิบากในอัตภาพนี้เท่านั้น. เมื่อไม่อาจเช่นนั้นย่อมชื่อว่าเป็นอโหสิกรรมไป ด้วยหมวดสามนี้ คืออโหสิกรรม (นาโหสิ กมฺมวิปาโก) กรรมวิบากไม่ได้มีแล้ว (น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก) กรรมวิบากจักไม่มี (นตฺถิ กมฺมวิปาโก) ไม่มีกรรมวิบาก.
ชวนเจตนาดวงที่ ๗ อันให้สำเร็จประโยชน์ ชื่อว่าอุปปัชชเวทนียกรรม. กรรมนั้นย่อมให้ผลในอัตภาพถัดไป. เมื่อไม่อาจเช่นนั้น กรรมนั้นก็ชื่อว่าเป็นอโหสิกรรมโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นเทียว.
ชวนเจตนา ๕ ดวงในระหว่างกรรมทั้งสองย่อมชื่อว่าอปราปริยเวทนียกรรม. กรรมนั้นย่อมได้โอกาสเมื่อใด ย่อมให้ผลเมื่อนั้นในอนาคต. เมื่อยังมีการเวียนว่ายอยู่ในสงสาร ชื่อว่าอโหสิกรรม ย่อมไม่มี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที