เกวลํ ภนฺเต ตุมฺหากํ มโนปโทโส มา โหตุ, เทวตาหิ กตํ โหตุ, สุขมาปยา ภนฺเต เทวตา, อปิจาหํ ภนฺเต กถํ ปฏิปชฺชามีติ. เตนหิ โอสธํ เต กเถสฺสามิ. มม ภิกฺขาภาชเน ภุตฺตาวเสสํ ภตฺตมตฺถิ, ตตฺถ โถกํ อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา โถกํ คเหตฺวา ตว ปุตฺตสฺส มุเข ปกฺขิป, อวเสสํ อุทกจาฏิยํ อาโลเลตฺวา อสีติยา พฺราหฺมณสหสฺสานํ มุเข ปกฺขิปาติ. สา เอวํ กริสฺสามีติ ภตฺตํ คเหตฺวา มหาปุริสํ วนฺทิตฺวา คนฺตฺวา ตถา อกาสิ.

มุเข ปกฺขิตฺตมตฺเต เชฏฺฐกเทวราชา "สามิมฺหิ สยํ เภสชฺชํ กโรนฺเต อเมฺหหิ น สกฺกา กิญฺจิ กาตุนฺ"ติ กุมารํ วิสฺสชฺเชสิ. โสปิ ขิปิตฺวา กิญฺจิ ทุกฺขํ อปฺปตฺตปุพฺโพ วิย ปกติวณฺโณ อโหสิ. อถ นํ มาตา อโวจ "ปสฺส ตาต ตว กุลูปกานํ หิโรตฺตปฺปรหิตานํ วิปฺปการํ, สมณา จ ๑- น เอวรูปา โหนฺติ, สมเณ ตาต โภเชยฺยาสี"ติ. ตโต เสสกํ อุทกจาฏิยํ อาลุลาเปตฺวา พฺราหฺมณานํ มุเข ปกฺขิปาเปสิ. ยกฺขา ตาวเทว วิสฺสชฺเชตฺวา ปลายึสุ. พฺราหฺมณา ขิปิตฺวา ขิปิตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา กึ อมฺหากํ มุเข ปกฺขิตฺตนฺติ ปุจฺฉึสุ. มาตงฺคอิสิสฺส อุจฺฉิฏฺฐภตฺตนฺติ. เต "จณฺฑาลสฺส อุจฺฉิฏฺฐกํ ขาทาปิตมฺหา, อพฺราหฺมณา ทานิมฺหา ชาตา, อิทานิ โน พฺราหฺมณา `อสุทฺธพฺราหฺมณา อิเม'ติ สมภาคํ ๒- น ทสฺสนฺตี"ติ ตโต ปลายิตฺวา มชฺฌรฏฺฐํ คนฺตฺวา มชฺฌราชสฺส นคเร อคฺคาสนิกา พฺราหฺมณา นาม มยนฺติ ราชเคเห ภุญฺชนฺติ.

ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺโต ปาปนิคฺคหํ กโรนฺโต มานชาติเก นิมฺมทยนฺโต วิจรติ. อเถโก "ชาติมนฺตตาปโส นาม มยา สทิโส นตฺถี"ติ อญฺเญสุ สญฺญํปิ น กโรติ. โพธิสตฺโต ตํ คงฺคาตีเร วสมานํ ทิสฺวา "มานนิคฺคหมสฺส กริสฺสามี"ติ ตตฺถ อคมาสิ. ตํ ชาติมนฺตตาปโส ปุจฺฉิ "กึ ชจฺโจ ภวนฺ"ติ. จณฺฑาโล อหํ อาจริยาติ. อเปหิ จณฺฑาล อเปหิ จณฺฑาล, เหฏฺฐาคงฺคาย วส, มา อุปริคงฺคาย อุทกํ อุจฺฉิฏฺฐมกาสีติ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๑๐๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”