[๗๐] จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉมาโน อภินนฺทิตฺวา, วาจาย ปสํสมาโน อนุโมทิตฺวา. อาวรามีติ ถเกมิ ปิทหามิ. อนาวฏนฺติ น อาวริตํ วิวฏํ อุคฺฆาฏิตํ.

[๗๑] อสฺโสสิ โข ทีฆตปสฺสีติ โส กิร ตสฺส คตกาลโต ปฏฺฐาย "ปณฺฑิโต คหปติ, สมโณ จ โคตโม ทสฺสนสมฺปนฺโน นิยฺยานิกกโถ, ทสฺสเนปิสฺส ๑- ปสีทิสฺสติ, ธมฺมกถายปิ ปสีทิสฺสติ, ปสีทิตฺวา สรณํ คมิสฺสติ, ตโต นุ โข สรณํ คมิสฺสติ ๒- น ตาว ตโต"ติ โอหิตโสโตว หุตฺวา วิจรติ. ตสฺมา ปฐมํเยว อสฺโสสิ.

[๗๒] เตนหิ สมฺมาติ พลวโสเกน อภิภูโต "เอตฺเถว ติฏฺฐา"ติ วจนํ สุตฺวาปิ อตฺถํ อสลฺลกฺเขนฺโต โทวาริเกน สทฺธึ สลฺลปติเยว.

มชฺฌิมาย ทฺวารสาลายนฺติ ยสฺส ฆรสฺส สตฺต ทฺวารโกฏฺฐกา, ตสฺส สพฺพอพฺภนฺตรโต ๓- วา สพฺพพาหิรโต วา ปฏฺฐาย จตุตฺถทฺวารโกฏฺฐโก ยสฺส

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๑๑๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”