เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติอาทีสุ มนุสฺสานํ ตาว กาเลน สุขํ กาเลน ทุกฺขํ ปากฏเมว, เทเวสุ ปน ภุมฺมเทวตานํ, วินิปาติเกสุ เวมานิกเปตานํ กาเลน สุขํ กาเลน ทุกฺขํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. หตฺถิอาทีสุ ติรจฺฉาเนสุปิ ลพฺภติเยว.

ตตฺราติ เตสุ ตีสุ กมฺเมสุ. ตสฺส ปหานาย ยา เจตนาติ ตสฺส ปหานตฺถาย มคฺคเจตนา. กมฺมํ ปตฺวาว มคฺคเจตนาย อญฺโญ ปณฺฑรตโร ธมฺโม นาม นตฺถิ. อิทํ ปน กมฺมจตุกฺกํ ปตฺวา ทฺวาทสอกุสลเจตนา กณฺหา นาม, เตภูมิกกุสลเจตนา สุกฺกา นาม, มคฺคเจตนา อกณฺหา อสุกฺกาติ อาคตา.

[๘๒] ลเภยฺยาหํ ภนฺเตติ อิทํ โส "จิรํ วต เม อนิยฺยานิกปกฺเข โยเชตฺวา อตฺตกิลมโถ, ๑- `สุกฺขนทีตีเร นฺหายิสฺสามี'ติ สมฺปริวตฺตนฺเตน วิย ถุเส โกฏฺเฏนฺเตน วิย จ น โกจิ อตฺโถ นิปฺผาทิโต, หนฺทาหํ อตฺตานํ โยเค โยเชมี"ติ จินฺเตตฺวา อาห. อถ ภควา โย โส ขนฺธเก ๒- ติตฺถิยปริวาโส ปญฺญตฺโต, ยํ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สามเณรภูมิยํ ฐิโต "อหํ ภนฺเต อิตฺถนฺนาโม อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขามิ อุปสมฺปทํ, สฺวาหํ ภนฺเต สํฆํ จตฺตาโร มาเส ปริวาสํ ยาจามี"ติอาทินา ๓- นเยน สมาทิยิตฺวา ปริวสติ, ตํ สนฺธาย "โย โข เสนิย อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ"ติอาทิมาห.

ตตฺถ ปพฺพชฺชนฺติ วจนสิลิฏฺฐตาวเสเนว วุตฺตํ. อปริวสิตฺวาเยว หิ ปพฺพชฺชํ ลภติ. อุปสมฺปทตฺถิเกน ปน อติกาเลน ๔- คามปฺปเวสนาทีนิ อฏฺฐวตฺตานิ ปูเรนฺเตน ปริวสิตพฺพํ. อารทฺธจิตฺตาติ อฏฺฐวตฺตปูรเณน ตุฏฺฐจิตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปเนส ติตฺถิยปริวาโส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชาขนฺธกวณฺณนายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อปิจ เมตฺถาติ อปิจ เม เอตฺถ. ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตาติ ปุคฺคลนานตฺตํ วิทิตํ. อยํ ปุคฺคโล ปริวาสารโห, อยํ น ปริวาสารโหติ อิทํ มยฺหํ ปากฏนฺติ ทสฺเสติ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๑๒๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. กุกกุโรวาทสูตร”