[๑๓๗] สตฺถาปิ อุปวทตีติ "อสุกวิหารวาสี อสุกสฺส เถรสฺส สทฺธิวิหาริโก อสุกสฺส อนฺเตวาสิโก อิตฺถนฺนาโม นาม ภิกฺขุ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตตุํ อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ"ติ สุตฺวา "กึ ตสฺส อรญฺญวาเสน, โย มยฺหํ ปน สาสเน สิกฺขาย อปริปูรการี"ติ เอวํ อุปวทติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย, อปิเจตฺถ เทวตา น เกวลํ อุปวทนฺติ. เภรวารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา ปลายนาการํปิ กโรนฺติ. อตฺตาปิ อตฺตานนฺติ สีลํ อาวชฺชนฺตสฺส สงฺกิลิฏฺฐฏฺฐานํ ปากฏํ โหติ, จิตฺตํ วิธาวติ, น กมฺมฏฺฐานํ อลฺลียติ. โส "กิมฺมาทิสสฺส อรญฺญวาเสนา"ติ วิปฺปฏิสารี อุฏฺฐาย ปกฺกมติ. อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทิโตติ อตฺตนาปิ อตฺตา อุปวทิโต, อยเมว วา ปาโฐ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปจฺจนีกนเยน เวทิตพฺโพ. โส วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิ เอวํ สจฺฉิกโรตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
[๑๔๐] ปวยฺห ปวยฺห ๑- การณํ กาเรนฺตีติ อปฺปมตฺตเกปิ โทเส นิคฺคเหตฺวา ปุนปฺปุนํ กาเรนฺติ. โน ตถาติ มหนฺเตปิ อปราเธ ยถา อิตรํ, เอวํ ปวยฺห น กาเรนฺติ, โส กิร "อาวุโส ภทฺทาลิ มา จินฺตยิตฺถ, เอวรูปํ
อถ ภควา ภิกฺขุสํโฆปิ สตฺถาปิ โอวทิตพฺพยุตฺตกเมว โอวทติ, น อิตรนฺติ ทสฺเสตุํ อิธ ภทฺทาลิ เอกจฺโจติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺเญนาญฺญนฺติอาทีนิ อนุมานสุตฺเต วิตฺถาริตานิ. น สมฺมา วตฺตตีติ สมฺมาวตฺตมฺหิ ๒- น วตฺตติ. น โลมํ ปาเตตีติ อนุโลมวตฺเต น วตฺตติ, วิโลมเมว คณฺหติ. น นิตฺถารํ ๓- วตฺตตีติ นิตฺถารณกวตฺตมฺหิ น วตฺตติ, อาปตฺติวุฏฺฐานตฺถํ ตุริตตุริโต ฉนฺทชาโต น โหติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺส ทุพฺพจกรเณ. อภิณฺหาปตฺติโกติ นิรนฺตราปตฺติโก. อาปตฺติพหุโลติ สาปตฺติกกาโลวสฺส พหุ, สุทฺโธ นิราปตฺติกกาโล อปฺโปติ อตฺโถ. น ขิปฺปเมว วูปสมฺมตีติ ขิปฺปํ น วูปสมฺมติ, ทีฆสุตฺตํ โหติ. วินยธรา ปาทโธวนกาเล อาคตํ "คจฺฉาวุโส วตฺตเวลา"ติ วทนฺติ. ปุน กาลํ มญฺญิตฺวา อาคตํ "คจฺฉาวุโส ตุยฺหํ วิหารเวลา, คจฺฉาวุโส สามเณราทีนํ อุทฺเทสทานเวลา, อมฺหากํ นฺหานเวลา, เถรูปฏฺฐานเวลา, มุขโธวนเวลา"ติอาทีนิ วตฺวา ทิวสภาเคปิ รตฺติภาเคปิ อาคตํ อุยฺโยเชนฺติเยว. "กาย เวลาย ภนฺเต โอกาโส ภวิสฺสตี"ติ วุตฺเตปิ "คจฺฉาวุโส, ตฺวํ อิมเมว ฐานํ ชานาสิ, อสุโก นาม วินยธรตฺเถโร สิเนหปานํ ปิวติ, อสุโก วิเรจนํ กาเรติ, กสฺมา ตุริโตสี"ติอาทีนิ วตฺวา ทีฆสุตฺตเมว กโรนฺติ.