อนุกฺกเมติ จตฺตาโรปิ ปาเท เอกปฺปหาเรเนว อุกฺขิปเน จ นิกฺขิปเน จ ปรเสนาย หิ ๑- อาวาเฏ ฐตฺวา อสึ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺส อสฺสสฺส ปาเท ฉินฺทนฺติ. ๒- ตสฺมึ สมเย เอส เอกปฺปหาเรเนว จตฺตาโรปิ ปาเท อุกฺขิปิสฺสตีติ รชฺชุพนฺธนวิธาเนน เอตํ การณํ กาเรนฺติ. ๓- มณฺฑเลติ ยถา อสฺเส นิสินฺโนเยว ภูมิยํ ปติตํ อาวุธํ คเหตุํ สกฺโกติ, เอวํ กรณตฺถํ มณฺฑเล การณํ กาเรติ. ขุรกาเสติ อคฺคคฺคขุเรหิ ปฐวีกมเน รตฺตึ โอกฺกนฺตกาลสฺมึ หิ ยถา ปทสทฺโท น สุยฺยติ, ตทตฺถํ เอกสฺมึ ฐาเน สญฺญํ ทตฺวา อคฺคคฺคขุเรเหว คมนํ สิกฺขาเปนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ธาเรติ ๔- สีฆวาหเน. "ธาเว"ติปิ ปาโฐ. ๕- อตฺตโน ปราชเย สติ ปลายนตฺถํ, ปรํ ปลายนฺตํ อนุพนฺธิตฺวา คหณตฺถญฺจ เอตํ การณํ กาเรติ. รวตฺเถติ รวตฺถาย. ๖- ยุทฺธกาลสฺมึ หิ หตฺถีสุ วา โกญฺจนาทํ กโรนฺเตสุ อสฺเสสุ วา หสนฺเตสุ รเถสุ วา นิโฆสนฺเตสุ โยเธสุ วา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺเตสุ ตสฺส รวสฺส อภายิตฺวา ปรเสนปเวสนตฺถํ อิทํ การณํ ๗- กริยติ.

ราชคุเณติ รญฺญา ชานิตพฺพคุเณ. กูฏกณฺณรญฺโญ กิร คุฬวณฺโณ นาม อสฺโส อโหสิ. ราชา ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เจติยปพฺพตํ คมิสฺสามีติ กทมฺพนทีตีรํ ๘- สมฺปตฺโต. อสฺโส ตีเร ฐตฺวา อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉติ, ราชา อสฺสาจริยํ อามนฺเตตฺวา "อโห ตยา อสฺโส สิกฺขาปิโต อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉตี"ติ อาห. อาจริโย สุสิกฺขาปิโต เทว อสฺโส, เอตสฺส ๙- หิ จิตฺตํ `สจาหํ อุทกํ โอตริสฺสามิ, วาลํ เตมิสฺสติ, วาเล ตินฺเต รญฺโญ องฺเค อุทกํ ปาเตยฺยา'ติ เอวํ ตุมฺหากํ สรีเร อุทกปาตนภเยน น โอตรติ, วาลํ คณฺหาเปถา"ติ อาห. ราชา ตถา กาเรสิ. อสฺโส เวเคน โอตริตฺวา ปารคโต.

@๕ สี. ธาเวติ สีฆชวเน, ธวเนติปิ ปาโฐ ๖ ฉ.ม. ทวตฺเตติ ทวตฺตาย ๗ ฉ.ม. อยํ การณา

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๑๙๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ภัททาลิสูตร”