@๔ ม. อิทํ ๕-๕ ฉ.ม. อิเม ปาฐา น ทิสฺสนฺติ

อุปธิปหานายาติ ขนฺธูปธิกิเลสูปธิอภิสงฺขารูปธิกามคุณูปธีติ อิเมสํ อุปธีนํ ปหานาย. อุปธิปฏิสํยุตฺตาติ อุปธิอนุธาวนกา. สรสงฺกปฺปาติ เอตฺถ สรนฺติ ธาวนฺตีติ สรา. สงฺกปฺเปนฺตีติ สงฺกปฺปา. ปททฺวเยนปิ วิตกฺกาเยว วุตฺตา. สมุทาจรนฺตีติ อภิภวนฺติ อชฺโฌตฺถริตฺวา วตฺตนฺติ. สํยุตฺโตติ กิเลเสหิ สํยุตฺโต. อินฺทฺริยเวมตฺตตาติ อินฺทฺริยนานตฺตา. ๑- กทาจิ กรหจีติ พหุกาลํ วีติวตฺเตตฺวา วีติวตฺเตตฺวา. สติสมฺโมสาติ สติสมฺโมเสน. นิปาโตติ อโยกฏาหมฺหิ ปตนํ. เอตฺตาวตา "นปฺปชหติ, ปชหติ, ขิปฺปํ ปชหตี"ติ ตโย ราสโย ทสฺสิตา. เตสุ จตฺตาโร ชนา นปฺปชหนฺติ นาม, จตฺตาโร ปชหนฺติ นาม, จตฺตาโร ขิปฺปํ ปชหนฺติ นาม.

ตตฺถ ปุถุชฺชโน โสตาปนฺโน สกทาคามี อนาคามีติ อิเม จตฺตาโร ชนา นปฺปชหนฺติ นาม. ปุถุชฺชนาทโย ตาว มา ปชหนฺตุ, อนาคามี กถํ นปฺปชหตีติ. โสปิ หิ ยาวเทวสฺส ภวโลโภ อตฺถิ, ตาว อโห สุขํ อโห สุขนฺติ อภินนฺทติ. ตสฺมา นปฺปชหติ นาม. เอเตเยว ปน จตฺตาโร ชนา ปชหนฺติ นาม. โสตาปนฺนาทโย ตาว ปชหนฺตุ, ปุถุชฺชโน กถํ ปชหตีติ. อารทฺธวิปสฺสโก หิ สติสมฺโมเสน สหสา กิเลเส อุปฺปนฺเน "มาทิสสฺส นาม ภิกฺขุโน กิเลโส อุปฺปนฺโน"ติ สํเวคํ กตฺวา วิริยํ ปคฺคยฺห วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺเคน กิเลเส สมุคฺฆาเฏติ. อิติ โส ปชหติ นาม. เตเยว จตฺตาโร ขิปฺปํ ปชหนฺติ นาม. ตตฺถ อิมสฺมึ สุตฺเต มหาหตฺถิปโทปเม ๒- อินฺทฺริยภาวเนติ ๓- อิเมสุ สุตฺเตสุ กิญฺจาปิ ตติยวาโร คหิโต, ปโญฺหปิ ทุติยวาเรเนว กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๐๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ลฑุกิโกปมสูตร”