@๔ ม. ปพฺโพ ปิวิ. เสสวานรานํ ปาฏิเยกฺเก นเฬ อาหราเปตฺวา ธมิตฺวา อทาสิ. สพฺเพ ยกฺขสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ปานียํ ปิวึสุ. วุตฺตมฺปิ เจตํ:-

"ทิสฺวา ปทมนุตฺติณฺณํ ทิสฺวาโนตริตํ ปทํ

นเฬน วารึ ปิวิสฺสาม ๑- เนว มํ ตฺวํ วธิสฺสสี"ติ. ๒-

ตโต ปฏฺฐาย ยาว อชฺชทิวสา ตสฺมึ ฐาเน นฬา เอกจฺฉิทฺทาว โหนฺติ. อิมินา หิ สทฺธึ อิมสฺมึ กปฺเป จตฺตาริ กปฺปฏฺฐิยปาฏิหาริยานิ นาม:- จนฺเท สสพิมฺพํ วฏฺฏกชาตกมฺหิ สจฺจกิริยฏฺฐาเน อคฺคิสฺส คมนูปจฺเฉโท, ฆฏิการกุมฺภการสฺส มาตาปิตูนํ วสนฏฺฐาเน เทวสฺส อวสฺสนํ, ตสฺสา โปกฺขรณิยา ตีเร นฬานํ เอกจฺฉิทฺทภาโวติ. อิติ สา โปกฺขรณี นเฬน ปานียสฺส ปีตตฺตา นฬกปานาติ นามํ ลภิ. อปรภาเค ตํ โปกฺขรณึ นิสฺสาย คาโม ปติฏฺฐาสิ, ตสฺสาปิ นฬกปานนฺเตฺวว นามํ ชาตํ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "นฬกปาเน"ติ. ปลาสวเนติ กึสุกวเน.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๑๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. นฬกปานสูตร”