[๑๖๗] ตคฺฆ มยํ ภนฺเตติ เอกํเสเนว มยํ ภนฺเต อภิรตา. อญฺเญปิ เย ตุมฺหากํ สาสเน อภิรมนฺติ, เต อเมฺหหิ สทิสาว หุตฺวา อภิรมนฺตีติ ทีเปติ.

เนว ราชาภินีตาติอาทีสุ เอโก รญฺโญ อปราธํ กตฺวา ปลายติ, ราชา กุหึ โภ อสุโกติ. ปลาโต เทวาติ. ปลาตฏฺฐาเนปิ เม น มุจฺจิสฺสติ, สเจ ปน ปพฺพเชยฺย, มุจฺเจยฺยาติ วทติ. ตสฺส โกจิเทว สุหโท คนฺตฺวา ตํ ปวุตฺตึ อาโรเจตฺวา ตฺวํ สเจ ชีวิตุมิจฺฉสิ, ปพฺพชาหีติ. โส ปพฺพชิตฺวา ชีวิตํ รกฺขมาโน จรติ. อยํ ราชาภินีโต นาม.

เอโก ปน โจรานํ มูลํ ฉินฺทนฺโต จรติ. โจรา สุตฺวา "ปุริสานํ อตฺถิกภาวํ น ชานนฺติ, ชานาเปสฺสาม นนฺ"ติ วทนฺติ. โส ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา ปลายติ. โจรา ปลาโตติ สุตฺวา "ปลาตฏฺฐาเนปิ โน น มุจฺจิสฺสติ, สเจ ปน ปพฺพเชยฺย, มุจฺเจยฺยา"ติ วทนฺติ. โส ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา ปพฺพชติ. อยํ โจราภินีโต นาม.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๑๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. นฬกปานสูตร”