เปฯ อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ. ตตฺถ อิโตติ ปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ. เย ปชหนฺติ, เต หิ เย นปฺปชหนฺตีติ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ๑- เต จ ๒- พหุตราติ อตฺโถ. พหู หิ พหุตราติ เอตฺถ หิกาโร นิปาตมตฺตํ, พหุตราติ อตฺโถ. ปรโต ตนู หิ ตนุตราติ ปเทปิ เอเสว นโย. เย เอวมาหํสูติ เย เอวํ วทนฺติ. ตํ เจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ มูลทสฺสนํ นปฺปชหนฺติ, อปรทสฺสนํ อุปาทิยนฺติ.

เอตฺถ จ สสฺสตํ คเหตฺวา ตํปิ อปฺปหาย อุจฺเฉทํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา คเหตุํ น สกฺกา, อุจฺเฉทํปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา น สกฺกา คเหตุํ, เอกจฺจสสฺสตํปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา อุจฺเฉทํ วา น สกฺกา คเหตุํ. มูลสสฺสตํ ปน อปฺปหาย อญฺญํ สสฺสตเมว สกฺกา คเหตุํ. กถํ? เอกสฺมึ หิ สมเย "รูปํ สสฺสตนฺ"ติ คเหตฺวา อปรสฺมึ สมเย "น สุทฺธรูปเมว สสฺสตํ, เวทนาปิ สสฺสตา, วิญฺญาณํปิ สสฺสตนฺ"ติ คณฺหนฺติ. ๓- อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ, อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ "ตํ เจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตี"ติ.

ทุติยวาเร อิโตติ อปฺปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ, เย นปฺปชหนฺติ, เต หิ, เย ปชหนฺตีติ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, เตว ตนุตรา อปฺปตราติ อตฺโถ. ตํ เจว ทิฏฺฐึ

เปฯ วิญฺญาณํปิ สสฺสตนฺติ ทสฺสนํ โอฬาริกเมวา"ติ วิสฺสชฺเชนฺติ. อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ. เอวํ ตญฺจ มูลทสฺสนํ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทสฺสนํ น คณฺหนฺติ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๔๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ทีฆนขสูตร”