เปฯ ตุณฺหี อเหสุนฺติ.

ตตฺถ สณฺฐเปสีติ สิกฺขาเปสิ, วชฺชมสฺสา ปฏิจฺฉาเทสิ. ยถา สุฏฺฐปิตา โหติ, ตถา นํ ฐเปสิ. ยถา นาม ปริสมชฺฌํ ปวิสนฺโต ปุริโส วชฺชปฏิจฺฉาทนตฺถํ นิวาสนํ สณฺฐเปติ, ปารุปนํ สณฺฐเปติ, รโชกิณฺณฏฺฐานํ ปุญฺฉติ, เอวมสฺสา วชฺชปฏิจฺฉาทนตฺถํ "อปฺปสทฺทา โภนฺโต"ติ สิกฺขาเปนฺโต ยถา สุฏฺฐปิตา โหติ, ตถา นํ ฐเปสีติ อตฺโถ. อปฺปสทฺทกามาติ อปฺปสทฺทํ อิจฺฉนฺติ, เอกกา นิสีทนฺติ, เอกกา ติฏฺฐนฺติ, น คณสงฺคณิกาย ยาเปนฺติ. อปฺปสทฺทวินีตาติ อปฺปสทฺเทน นิรเวน พุทฺเธน วินีตา. อปฺปสทฺทสฺส วณฺณวาทิโนติ ยํ ฐานํ อปฺปสทฺทํ นิสฺสทฺทํ. ตสฺส วณฺณวาทิโน. อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ อิธาคนฺตพฺพํ มญฺเญยฺย.

กสฺมา ปเนส เถรสฺส อุปสงฺกมนํ ปจฺจาสึสตีติ. อตฺตโน วุทฺธึ ปตฺถยมาโน. ปริพฺพาชกา กิร พุทฺเธสุ วา พุทฺธสาวเกสุ วา อตฺตโน สนฺติกํ อาคเตสุ "อชฺช อมฺหากํ สนฺติกํ สมโณ โคตโม อาคโต, สาริปุตฺโต อาคโต, น โข ปเนเต ยสฺส วา ตสฺส วา สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, ปสฺสถ อมฺหากํ อุตฺตมภาวนฺ"ติ อตฺตโน อุปฏฺฐากานํ สนฺติเก อตฺตานํ อุกฺขิปนฺติ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺติ. ภควโตปิ อุปฏฺฐาเก คณฺหิตุํ วายมนฺติ. เต กิร ภควโต อุปฏฺฐาเก ทิสฺวา เอวํ วทนฺติ "ตุมฺหากํ สตฺถา ภวํ โคตโมปิ โคตมสฺส สาวกาปิ อมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ, มยํ อญฺญมญฺญสมคฺคา. ตุเมฺห ปน อเมฺห อกฺขีหิ ปสฺสิตุํ น อิจฺฉถ, สามีจิกมฺมํ น กโรถ, กึ โว อเมฺหหิ อปรทฺธนฺ"ติ. กเถกจฺเจ ๒- มนุสฺสา "พุทฺธาปิ เอเตสํ สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, กึ อมฺหากนฺ"ติ ตโต ปฏฺฐาย เต ทิสฺวา นปฺปมชฺชนฺติ. ตุณฺหี อเหสุนฺติ สนฺทกํ ปริวาเรตฺวา นิสฺสทฺทา นิสีทึสุ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๖๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. สันทกสูตร”