@๔ ฉ.ม. เปสกาเรหิ ๕ ฉ.ม. สลฺลกฺเขติ ๖ ฉ.ม. ทายกา เปสนการกาปิ ภุญฺช, โน เจ อิจฺฉสิ, มา ภุญฺชา"ติ. โส "น เกวลํ จ อุสฺสูเร ภตฺตํ อาหรสิ, วาจายปิ มํ ฆฏฺเฏสี"ติ กุชฺฌิตฺวา อญฺญํ ปหรณํ อปสฺสนฺโต ตเมว ตสรทณฺฑกํ ตสรโต ลุญฺจิตฺวา ขิปิ. สา ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อีสกํ ปริวตฺติ. ตสรทณฺฑกสฺส จ โกฏิ นาม ติขิณา โหติ, สา ตสฺสา ปริวตฺตมานาย อกฺขิโกฏิยํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐาสิ. สา อุโภหิ หตฺเถหิ เวเคน อกฺขึ อคฺคเหสิ, ภินฺนฏฺฐานโต โลหิตํ ปคฺฆรติ. โส ตสฺมึ กาเล อุปชฺฌายสฺส วจนํ อนุสฺสริ "อิทํ สนฺธาย มํ อุปชฺฌาโย `อนาคเต กาเล กาณเปสการิยา หตฺเถหิ มทฺทิตํ กญฺชิยํ ปิวิสฺสสี'ติ อาห, อิทํ เถเรน ทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ, อโห ทีฆทสฺสี อยฺโย"ติ มหาสทฺเทน โรทิตุํ อารภิ. ตเมนํ อญฺเญ "อลํ อาวุโส มา โรทิ, อกฺขิ นาม ภินฺนํ น สกฺกา โรทเนน ปฏิปากติกํ กาตุนฺ"ติ อาหํสุ. โส "นาหํ เอตมตฺถํ โรทามิ, อปิจ โข อิมํ สนฺธาย โรทามี"ติ สพฺพํ ปฏิปาฏิยา กเถสิ. เอวํ อุปฺปนฺนา สมถวิปสฺสนา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺตนฺติ.

อปรํปิ วตฺถุ:- ตึสมตฺตา ภิกฺขู กลฺยาณิมหาเจติยํ วนฺทิตฺวา อฏวีมคฺเคน มหามคฺคํ โอตรมานา อนฺตรามคฺเค ฌามกฺเขตฺเต กมฺมํ กตฺวา อาคจฺฉนฺตํ เอกํ มนุสฺสํ อทฺทสํสุ. ตสฺส สรีรํ มสิมกฺขิตํ วิย อโหสิ, มสิมกฺขิตํเยว เอกํ สาฏกํ ๑- กจฺฉํ ปีเฬตฺวา นิวตฺถํ, โอโลกิยมาโน ฌามกฺขาณุโก วิย ขายติ. โส ทิวสภาเค กมฺมํ กตฺวา อุปฑฺฒฌายมานานํ ทารูนํ กลาปํ อุกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิยํ วิปฺปกิณฺเณหิ เกเสหิ กุมฺมคฺเคน อาคนฺตฺวา ภิกฺขูนํ สมฺมุเข อฏฺฐาสิ, สามเณรา ทิสฺวา อญฺญมญฺญํ โอโลกยมานา "อาวุโส ตุยฺหํ ปิตา ตุยฺหํ มหาปิตา ตุยฺหํ มาตุโล"ติ หสมานา คนฺตฺวา "โกนาโม ตฺวํ อุปาสกา"ติ นามํ ปุจฺฉึสุ, โส นามํ ปุจฺฉิโต วิปฺปฏิสารี หุตฺวา ทารุกลาปํ ฉฑฺเฑตฺวา วตฺถํ สํวิธาย นิวาเสตฺวา มหาเถเร วนฺทิตฺวา "ติฏฺฐถ ตาว ภนฺเต"ติ อาห. มหาเถรา อฏฺฐํสุ.

ทหรสามเณรา อาคนฺตฺวา มหาเถรานํ สมฺมุขาปิ ปริหาสํ กโรนฺติ. อุปาสโก อาห "ภนฺเต ตุเมฺห มํ ปสฺสิตฺวา ปริหสถ, เอตฺตเกเนว มตฺถกํ

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๒๘๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสกุลุทายิสูตร”