[๒๗๒] ทีฆาปิ โข เต เอสาติ อุทายิ เอสา ตว วาจา ทีฆาปิ ภเวยฺย, เอวํ วทนฺตสฺส ๓- วสฺสสตํปิ วสฺสสหสฺสํปิ ปวตฺเตยฺย, น จ อตฺถํ ทีเปยฺยาติ อธิปฺปาโย. อปฺปาฏิหีรกตนฺติ อนิยฺยานิกํ อมูลกํ นิรตฺถกํ สมฺปชฺชตีติ อตฺโถ.

อิทานิ ตํ วณฺณํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโตติ วิสภาควณฺเณ รตฺตกมฺพเล ฐปิโต. เอวํวณฺโณ อตฺตา โหตีติ อิทํ โส สุภกิณฺหเทวโลเก นิพฺพตฺตกฺขนฺเธ สนฺธาย "อมฺหากํ มตกาเล อตฺตา สุภกิณฺหเทวโลเก ขนฺธา วิย โชเตตี"ติ วทติ.

[๒๗๓] อยํ อิเมสํ อุภินฺนนฺติ โส กิร ยสฺมา มณิสฺส พหิ อาภา น นิจฺฉรติ, ขชฺโชปนกสฺส องฺคุลทฺวงฺคุลจตุรงฺคุลมตฺตํ นิจฺฉรติ, มหาขชฺโชปนกสฺส ปน ขลมณฺฑลมตฺตํปิ นิจฺฉรติเยว, ตสฺมา เอวมาห.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๓๑๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. จูฬสกุลุทายิสูตร”