ตํ ปเนตํ หสิตํ เอวํ อปฺปมตฺตกํปิ เถรสฺส ปากฏํ อโหสิ. กถํ? ตถารูเป หิ กาเล ตถาคตสฺส จตูหิ ทาฐาหิ จตุทีปกมหาเมฆมุขโต สเตริตวิชฺชุลตา

@๔ สี. อุทเร, ฉ.ม. อุรํ ๕ สี. กหํ กหนฺติ ๖ ฉ.ม. อุปฺปาเทสิ วิย วิโรจมานา มหาตาลกฺขนฺธปฺปมาณา รสฺมิวฏฺฏิโย อุฏฺฐหิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สิรวรํ ๑- ปทกฺขิณํ กตฺวา ทาฐคฺเคสุเยว อนฺตรธายนฺติ. เตน สญฺญาเณน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปจฺฉโต คจฺฉมาโนปิ หสิตปาตุภาวํ ชานาติ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ "เอตฺถ กิร กสฺสโป ภควา ภิกฺขุสํฆํ โอวทิ, จตุสจฺจปฺปกาสนํ อกาสิ, ภควโตปิ เอตฺถ นิสีทิตุํ รุจึ อุปฺปาเทสฺสามิ, เอวมยํ ภูมิภาโค ทฺวีหิ พุทฺเธหิ ปริภุตฺโต ภวิสฺสติ, มหาชโน คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา เจติยฏฺฐานํ กตฺวา ปริจรนฺโต สคฺคมคฺคปรายโน ภวิสฺสตี"ติ จินฺเตตฺวา เอตํ "เตนหิ ภนฺเต"ติอาทิวจนํ อโวจ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๓๒๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ฆฏิการสูตร”