อาจริโย สิเนเหน วทนฺเต ทิสฺวา "อตฺถิ มญฺเญ สนฺถโว"ติ ปริภิชฺชิตฺวา จินฺเตสิ "ฆาเตมิ นนฺ"ติ. ตโต จินฺเตสิ "สเจ ฆาติสฺสามิ, `ทิสาปาโมกฺโข อาจริโย อตฺตโน สนฺติกํ สิปฺปุคฺคหณตฺถํ อาคเต มาณวเก โทสํ อุปฺปาเทตฺวา ชีวิตา โวโรเปตี'ติ ปุน โกจิ สิปฺปุคฺคหณตฺถํ น อาคมิสฺสติ, เอวํ เม ลาโภ ปริหายิสฺสติ, อถ นํ สิปฺปปริโยสานูปจาโรติ วตฺวา ชงฺฆสหสฺสํ ฆาเตหีติ วกฺขามิ. อวสฺสํ เอตฺถ เอโก อุฏฺฐาย ตํ ฆาเตสฺสตี"ติ.

อถ นํ อาห "เอหิ ตาต ชงฺฆสหสฺสํ ฆาเตหิ, เอวํ เต สิปฺปสฺส อุปจาโร กโต ภวิสฺสตี"ติ มยํ อหึสกกุเล ชาตา, น สกฺกา อาจริยาติ. อลทฺธูปจารํ สิปฺปํ ผลํ น เทติ ตาตาติ. โส ปญฺจาวุธํ คเหตฺวา อาจริยํ วนฺทิตฺวา อฏวึ ปวิฏฺโฐ. อฏวีปวิสนฏฺฐาเนปิ อฏวีมชฺเฌปิ อฏวิโต นิกฺขมนฏฺฐาเนปิ ฐตฺวา มนุสฺเส ฆาเตติ. ๑- วตฺถํ วา เวฐนํ วา น คณฺหติ. เอโก เทฺวติ คหิตมตฺตเมว กโรนฺโต คจฺฉติ, คณนํปิ น อุคฺคณฺหติ. ปกติยาปิ ปญฺญวา เอส, ปาณาติปาตสฺส ปน จิตฺตํ น ปติฏฺฐาติ. ตสฺมา อนุกฺกเมน คหณํปิ น สลฺลกฺเขสิ, เอเกกํ องฺคุลึ ฉินฺทิตฺวา ฐเปติ. ฐปิตฏฺฐาเน องฺคุลิโย วินสฺสนฺติ, ตโต วิชฺฌิตฺวา องฺคุลีนํ มาลํ กตฺวา ธาเรสิ. เตเนว จสฺส องฺคุลิมาโลติ สงฺขา อุทปาทิ, โส สพฺพํ อรญฺญํ นิสฺสญฺจารมกาสิ, ทารุอาทีนํ อตฺถาย อรญฺญํ คนฺตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ.

รตฺติภาเค อนฺโตคามํปิ อาคนฺตฺวา ปาเทน ปหริตฺวา ทฺวารํ อุคฺฆาเตติ. ตโต สยิเตเยว มาเรตฺวา เอโก เอโกติ คเหตฺวา ๒- คจฺฉติ. คาโม โอสริตฺวา นิคเม อฏฺฐาสิ, นิคโม นคเร. มนุสฺสา ติโยชนโต ปฏฺฐาย ฆรานิ ปหาย ทารเก หตฺเถสุ คเหตฺวา อาคมฺม สาวตฺถึ ปริวาเรตฺวา ขนฺธาวารํ พนฺธิตฺวา

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๓๗๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อังคุลิมาลสูตร”