สีหสฺเสว หนุ อสฺสาติ สีหหนุ. ตตฺถ สีหสฺส เหฏฺฐิมหนุเมว ปริปุณฺณํ โหติ, น อุปริมํ. ตถาคตสฺส ปน สีหสฺส เหฏฺฐิมํ วิย เทฺวปิ ปริปุณฺณานิ ทฺวาทสิยํ ปกฺขสฺส จนฺทสทิสานิ โหนฺติ. (๒๒)

จตฺตาฬีสทนฺโตติอาทีสุ อุปริมหนุเก ปติฏฺฐิตา วีสติ, เหฏฺฐิเม วีสตีติ จตฺตาฬีส ทนฺตา อสฺสาติ จตฺตาฬีสทนฺโต. อญฺเญสํ หิ ปริปุณฺณทนฺตานํปิ ทฺวตฺตึส ทนฺตา โหนฺติ, ตถาคตสฺส จตฺตาฬีสํ. (๒๓)

อญฺเญสญฺจ เกจิ ทนฺตา อุจฺจา เกจิ นีจาติ วิสมา โหนฺติ, ตถาคตสฺส ปน สมุจฺฉินฺนสงฺขปฏลํ ๑- วิย สมา. (๒๔)

อญฺเญสํ กุมฺภีลานํ วิย ทนฺตา วิรฬา โหนฺติ, มจฺฉมํสาทีนิ ขาทนฺตานํ ทนฺตนฺตรํ ปูรติ ตถาคตสฺส ปน กนกผลกาย ๒- สมุสฺสาปิตวชิรปนฺติ วิย อวิรฬา ตุลิกาย ทสฺสิตปริจฺเฉทา วิย ทนฺตา โหนฺติ. (๒๕)

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๔๒๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. พรหมายุสูตร”