@๓ สี. เตเมติ ก. โธวติ ๔ ก. ปน-สทฺโท น ทิสฺสติ ภุญฺชนฺโต ภตฺตํ วา ฐเปตฺวา พฺยญฺชนเมว ขาทนฺโต พฺยญฺชเนน อาโลปํ อตินาเมติ นาม. สตฺถา เอกนฺตริกํ ๑- พฺยญฺชนํ คณฺหาติ, ภตฺตมฺปิ พฺยญฺชนมฺปิ เอกโตว นิฏฺฐนฺติ. ๒- ทฺวตฺติกฺขตฺตุนฺติ ตถาคตสฺส หิ ปุถุชิวฺหาย ทนฺตานํ อุปนีตโภชนํ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ ทนฺเตหิ ผุฏฺฐมตฺตเมว สณฺหกรณียํ ปิฏฺฐิวิเลปนํ วิย โหติ, ตสฺมา เอวมาห. น มุเข อาสิฏฺฐาติ โปกฺขรปตฺเต ปติตอุทกพินฺทุ วิย วินิวตฺติตฺวาปิ ปรคลเมว ยาติ, ตสฺมา อวสิฏฺฐา น โหติ. รสปฏิสํเวทีติ มธุรติตฺตกฏกาทิรสํ ชานาติ. พุทฺธานํ หิ อนฺตมโส ปานีเยปิ ทิพฺโพชา ปกฺขิตฺตาว โหติ, เตน เนสํ สพฺพตฺเถว รโส ปากโฏ โหติ, รสเคโธ ปน นตฺถิ.
อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตนฺติ "เนว ทวายา"ติ วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ. วิสุทฺธิมคฺเค ปนสฺส วินิจฺฉโย อาคโตติ สพฺพาสวสุตฺเต ๓- วุตฺตเมตํ. หตฺเถสุ โธเตสูติ สตฺถา กึ กโรติ? ปฐมํ ปตฺตสฺส คหณฏฺฐานํ โธวติ. ตตฺถ ปตฺตํ คเหตฺวา สุขุมชาลหตฺถํ เปเสตฺวา เทฺว วาเร สญฺจาเรติ. เอตฺตาวตา โปกฺขรปตฺเต ปติตอุทกํ วิย วินิวตฺติตฺวา ๔- คจฺฉติ. น จ อนตฺถิโกติ ยถา เอกจฺโจ ปตฺตํ อาธารเก ฐเปตฺวา ปตฺเต อุทกํ น ปุญฺฉติ, รเช ปตนฺเต อชฺฌุเปกฺขติ, น เอวํ กโรติ. น จ อติเวลานุรกฺขีติ ยถา เอกจฺโจ ปมาณาติกฺกนฺตํ อารกฺขํ ฐเปติ, ภุญฺชิตฺวา วา ปตฺเต อุทกํ ปุญฺฉิตฺวา จีวรโภคนฺตรํ ปเวเสตฺวา ปตฺตํ อุทเรน อกฺกมิตฺวา ๕- คณฺหาติ, น เอวํ กโรติ.
น จ อนุโมทนสฺสาติ โย หิ ภุตฺตมตฺโตว ทารเกสุ ภตฺตตฺถาย โรทนฺเตสุ ฉาตชฺฌตฺเตสุ มนุสฺเสสุ ภุญฺชิตฺวา อนาคเตเสฺวว อนุโมทนํ อารภติ, ตโต สพฺพกมฺมานิ ฉฑฺเฑตฺวา เอกจฺเจ อาคจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ อนาคตาว โหนฺติ, อยํ กาลํ อตินาเมติ. โยปิ มนุสฺเสสุ อาคนฺตฺวา อนุโมทนตฺถาย วนฺทิตฺวา นิสินฺเนสุ อนุโมทนํ อกตฺวาว "กถํ ติสฺส, กถํ ผุสฺส, กถํ สุมน, กถํ ติสฺเส, กถํ ผุสฺเส, กถํ สุมเน กจฺจิตฺถ อโรคา, สสฺสํ สมฺปนฺนนฺ"ติอาทึ ปาฏิเยกฺกํ