@๔ ฉ.ม. ปวตฺตนฺติ ๕ ฉ.ม. กณฺหาคงฺคาติ มหีติ ปญฺจธา สงฺขํ คตา. เอวเมตา ปญฺจ มหานทิโย หิมวนฺตโต ปภวนฺติ. ตาสุ ยา อยํ ปญฺจมี มหี นาม, สา อิธ มหามหีติ อธิปฺเปตา. ตสฺสา อุตฺตเรน โย ๑- อาโป, ตาสํ อวิทูรตฺตา โส ชนปโท องฺคุตฺตราโปติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมึ องฺคุตฺตราเปสุ ชนปเท.

อาปณํ นามาติ ตสฺมึ กิร นิคเม วีสติ อาปณมุขสหสฺสานิ วิภตฺตานิ อเหสุํ. อิติปิ ๒- โส อาปณานํ อุสฺสนฺนตฺตา อาปณนฺเตฺวว สงฺขํ คโต. ตสฺส จ นิคมสฺส อวิทูเร นทีตีเร ฆนจฺฉาโย รมณีโย ภูมิภาโค มหาวนสณฺโฑ, ตสฺมึ ภควา วิหรติ. เตเนเวตฺถ วสนฏฺฐานํ น นิยามิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เยนญฺญตโร วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมีติ ภิกฺขุสํฆํ วสนฏฺฐานํ เปเสตฺวา เอกโกว อุปสงฺกมิ โปตลิยํ คหปตึ สนฺธาย. โปตลิโยปิ โข คหปตีติ โปตลิโยติ เอวํนามโก คหปติ. สมฺปนฺนนิวาสนปารุปโนติ ๓- ปริปุณฺณนิวาสนปารุปโน, เอกํ ทีฆทสสาฏกํ นิวตฺโถ เอกํ ปารุโตติ อตฺโถ. ฉตฺตุปาหนาหีติ ฉตฺตํ คเหตฺวา อุปาหนา อารุโฬฺหติ อตฺโถ. อาสนานีติ ปลฺลงฺกปีฐปลาสปีฐกาทีนิ. อนฺตมโส สาขาภงฺคํปิ หิ อาสนนฺเตว วุจฺจติ. คหปติวาเทนาติ คหปตีติ อิมินา วจเนน. สมุทาจรตีติ โวหรติ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ ตติยํ คหปตีติ วจนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ภควนฺตํ เอตํ "ตยิทํ โภ โคตมา"ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ นจฺฉนฺนนฺติ น อนุจฺฉวิกํ. นปฺปฏิรูปนฺติ น สารุปฺปํ. อาการาติอาทีนิ สพฺพาเนว การณเววจนานิ. ทีฆทสวตฺถธารณเกสมสฺสุนขฏฺฐปนานิ ๔- หิ สพฺพาเนว คิหิพฺยญฺชนานิ ตสฺส คิหิภาวํ ปากฏํ กโรนฺตีติ อาการา, คิหิสณฺฐาเนน สณฺฐิตตฺตา ลิงฺคา, คิหิภาวสฺส สญฺชานนนิมิตฺตตาย นิมิตฺตาติ วุตฺตา. ยถาตํ คหปติสฺสาติ ยถา คหปติสฺส อาการลิงฺคนิมิตฺตา ภเวยฺยุํ, ตเถว เต ตุยฺหํ. เตนาหํ ๕- เอวํ สมุทาจรามีติ ทสฺเสติ. อถ โส เยน การเณน คหปติวาทํ นาธิวาเสติ, ตํ ปกาเสนฺโต "ตถา หิ ปน เม"ติอาทิมาห.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๔๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. โปตลิยสูตร”