[๔๖๔] เอวเมว โขติ ยถา กสิกมฺมฏฺฐานํ วิปชฺชมานํ อปฺปผลํ โหติ, เอวํ ฆราวาสกมฺมฏฺฐานมฺปิ, อกตกลฺยาโณ หิ กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตติ. มหาทตฺตเสนาปติ นาม กิเรโก พฺราหฺมณภโฏ ๑- อโหสิ, ตสฺส มรณสมเย นิรโย อุปฏฺฐาสิ. โส พฺราหฺมเณหิ "กึ ปสฺสสี"ติ วุตฺโต โลหิตฆรนฺติ อาห. พฺรหฺมโลโก โภ เอโสติ. พฺรหฺมโลโก นาม โภ กหนฺติ. อุปรีติ. มยฺหํ เหฏฺฐา อุปฏฺฐาตีติ. กิญฺจาปิ เหฏฺฐา อุปฏฺฐาติ, ตถาปิ อุปรีติ กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺโต. "อิมินา อมฺหากํ ยญฺเญ โทโส ทินฺโน"ติ สหสฺสํ คเหตฺวา นีหริตุํ อทํสุ. สมฺปชฺชมานํ ปน มหปฺผลํ โหติ. กตกลฺยาโณ หิ กาลํ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตติ. สกลาย คุตฺติลวิมานกถาย ทีเปตพฺพํ. ยถา ปน ตํ วณิชฺชกมฺมฏฺฐานํ วิปชฺชมานํ อปฺปผลํ โหติ, เอวํ สีเลสุ อปริปูรการิโน อเนสนาย ยุตฺตสฺส ปพฺพชฺชา กมฺมฏฺฐานมฺปิ. เอวรูปา หิ เนว ฌานาทิสุขํ น สคฺคโมกฺขสุขํ ๒- ลภนฺติ. สมฺปชฺชมานํ ปน มหปฺผลํ โหติ. สีลานิ หิ ปูเรตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต อรหตฺตมฺปิ ปาปุณาติ.
พฺราหฺมณา โภ โคตมาติ อิธ กึ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ? พฺราหฺมณา วทนฺติ "ปพฺพชิโต อิเม ปญฺจ ธมฺเม ปูเรตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, คหฏฺโฐว ปูเรตี"ติ. สมโณ ปน โคตโม "คิหิสฺส วา อหํ มาณว ปพฺพชิตสฺส วา"ติ ปุนปฺปุนํ วทติ, เนว ปพฺพชิตํ มุญฺจติ, มยฺหเมว ปุจฺฉํ มญฺเญ น สลฺลกฺเขตีติ จาคสีเสน ปญฺจ ธมฺเม ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ. สเจ เต อครูติ สเจ ตุยฺหํ ยถา พฺราหฺมณา ปญฺญเปนฺติ, ตถา อิธ ภาสิตุํ ภาริยํ น โหติ, ยทิ น โกจิ อผาสุกภาโว โหติ, ภาสสฺสูติ อตฺโถ. น โข เม โภติ กึ สนฺธายาห? ปณฺฑิตปติรูปกานํ หิ สนฺติเก กเถตุํ ทุกฺขํ โหติ, เต ปเท ปเท อกฺขรกฺขเร