@๑๑ ฉ.ม. วณฺเณ วตฺตุํ ปฏิปาทิโตติ อภิสมาจาริกวตฺตํ อาทึ กตฺวา สมฺมา อปจฺจนีกปฏิปตฺติยํ โยชิโต. อถ กสฺมา อยํ ปริพฺพาชโก อตีตานาคเต พุทฺเธ ทสฺเสติ, กิมสฺส ติยทฺธชานนญาณํ อตฺถีติ. นตฺถิ, นยคฺคาเหปิ ปน ฐตฺวา ๑- "เยนากาเรน อยํ ภิกฺขุสํโฆ สนฺนิสินฺโน ทนฺโต วินีโต อุปสนฺโน, อตีตพุทฺธาปิ เอตปรมํเยว กตฺวา ปฏิปชฺชาเปสุํ, อนาคตพุทฺธาปิ ปฏิปชฺชาเปสฺสนฺติ, นตฺถิ อิโต อุตฺตริ ปฏิปาทนา"ติ มญฺญมาโน อนุพุทฺธิยา เอวมาห.
[๒] เอวเมตํ กนฺทรกาติ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควา กิร ตํ สุตฺวา "กนฺทรก ตฺวํ ภิกฺขุสํฆํ อุปสนฺโตติ วทสิ, อิมสฺส ปน ภิกฺขุสํฆสฺส อุปสนฺตการณํ ตุยฺหํ อปากฏํ, น หิ ตฺวํ สมตึสปารมิโย ปูเรตฺวา กุสลมูลํ ปริปาเจตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, มยา ปน ปารมิโย ปูเรตฺวา ญาตตฺถจริยํ โลกตฺถจริยํ พุทฺธตฺถจริยญฺจ โกฏึ ปาเปตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญาณํ ปฏิวิทฺธํ, มยฺหํ เอเตสํ อุปสนฺตการณํ ปากฏนฺ"ติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
สนฺติ หิ กนฺทรกาติ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควโต กิร เอตทโหสิ "อยํ ปริพฺพาชโก อิมํ ภิกฺขุสํฆํ อุปสนฺโตติ วทติ, อยญฺจ ภิกฺขุสํโฆ กปฺเปตฺวา ปกปฺเปตฺวา กุหกภาเวน อิริยาปถํ สณฺฐเปนฺโต จิตฺเตน อนุปสนฺโต น อุปสนฺตาการํ ทสฺเสติ. เอตฺถ ปน ภิกฺขุสํเฆ ปฏิปทํ ปูรยมานาปิ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺตา ฐิตภิกฺขูปิ อตฺถิ, ตตฺถ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺตา อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุเณเหว อุปสนฺตา, ปฏิปทํ ปูรยมานา อุปริมคฺคสฺส วิปสฺสนาย อุปสนฺตา, อิโต มุตฺตา ปน อวเสสา จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ อุปสนฺตา. ตํ เนสํ อุปสนฺตการณํ ทสฺเสสฺสามี"ติ "อิมินา จ อิมินา จ การเณน อยํ ภิกฺขุสํโฆ อุปสนฺโต"ติ ทสฺเสตุํ "สนฺติ หิ กนฺทรกา"ติอาทิมาห.
ตตฺถ อรหนฺโต ขีณาสวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มูลปริยายสุตฺตวณฺณายเมว วุตฺตํ. เสขปฏิปทมฺปิ ตตฺเถว วิตฺถาริตํ. สนฺตตสีลาติ สตตสีลา นิรนฺตรสีลา. สนฺตตวุตฺติโนติ ตสฺเสว เววจนํ, สนฺตตชีวิกา วาติปิ อตฺโถ. ตสฺมึ สนฺตตสีเล ฐตฺวาว ชีวิกํ กปฺเปนฺติ, น ทุสฺสีลฺยํ มรณํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ.