@๔ ฉ.ม. อปฺปตฺวา ๕ ม.ม. ๑๓/๘๑/๕๗ กุกฺกุรวติกสุตฺต

@๖ ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ ๗ ฉ.ม. นิทฺเทสวาเร จสฺส กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรตี"ติอาทินา นเยน สา วุตฺตาว. กายทฺวาเร ปวตฺตา ปน อิธ กายกมฺมนฺติ อธิปฺเปตํ, วจีทฺวาเร ปวตฺตา วจีกมฺมํ, มโนทฺวาเร ปวตฺตา มโนกมฺมํ. เตน วุตฺตํ "อิมสฺมึ สุตฺเต กมฺมํ ธุรํ, "อนนฺตรสุตฺเต เจตนา"ติ. กมฺมํปิ หิ ภควา กมฺมนฺติ ปญฺญเปติ ยถา อิมสฺมึเยว สุตฺเต. เจตนาปิ, ๑- ยถาห "เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ, เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรตี"ติ. ๒- กสฺมา ปน เจตนา กมฺมนฺติ วุตฺตา? เจตนามูลกตฺตา กมฺมสฺส.

เอตฺถ จ อกุสลํ ปตฺวา กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ, กุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ. ตถาหิ มาตุฆาตาทีนิ จตฺตาริ กมฺมานิ กาเยเนว อุปกฺกมิตฺวา กาเยเนว กโรติ, นิรเย กปฺปฏฺฐิกํ สํฆเภทกมฺมํ วจีทฺวาเรน กโรติ. เอวํ อกุสลํ ปตฺวา กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ นาม. เอกา ปน ฌานเจตนา จตุราสีติกปฺปสหสฺสานิ สคฺคสมฺปตฺตึ อาวหติ, เอกา มคฺคเจตนา สพฺพํ อกุสลํ สมุคฺฆาเฏตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาติ. เอวํ กุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ภควา อกุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ มหาสาวชฺชํ วทมาโน นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐึ สนฺธาย วทติ. เตเนวาห "นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ, ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ, มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานี"ติ. ๓- อิทานิ นิคนฺโถปิ ตถาคเตน คตมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต กิญฺจิ อตฺถนิปฺผตฺตึ อปสฺสนฺโตปิ "กึ ปนาวุโส โคตมา"ติอาทิมาห.

[๕๘] พาลกิมิยาติ อุปาลิสฺส กิร พาลกคาโม ๔- นาม อตฺถิ, ตโต จ ยํ คเหตฺวา ๕- คเหตฺวา มนุสฺสา อาคตา, โส "เอตฺถ คเณ อมฺหากํ สตฺถารํ มหานิคนฺถํ ปสฺสิสฺสามา"ติ ตาย ปริสาย ปริวุโต ตตฺถ อคมาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "พาลกิมิยา ปริสายา"ติ, พาลกคามวาสินิยาติ อตฺโถ. อุปาลิปฺปมุขายาติ อุปาลิเชฏฺฐกาย. อปิจ พาลกิมิยาติ พาลวติยา พาลุสฺสนฺนายาติปิ อตฺโถ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๖๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”