สพฺพวาริวาริโตติ วาริตสพฺพอุทโก, ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ อตฺโถ. โส หิ สีโตทเก สตฺตสญฺญี โหติ, ตสฺมา ตํ น วลญฺเชติ. อถวา สพฺพวาริ- วาริโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน วาริตปาโป. สพฺพวาริยุตฺโตติ สพฺเพน ปาป- วารเณน ยุตฺโต. สพฺพวาริธุโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ธุตปาโป. สพฺพวาริผุฏฺโฐติ สพฺเพน ปาปวารเณน ผุโฏ. ขุทฺทเก ปาเณ สงฺฆาตํ อาปาเทตีติ ขุทฺทเก ปาเณ วธํ อาปาเทติ. โส กิร เอกินฺทฺริยํ ปาณนฺติ ๑- ทฺวินฺทฺริยํ ปาณนฺติ ปญฺญเปติ. สุกฺขทณฺฑกโปราณปณฺณสกฺขรกถลานิปิ ปาโณเตฺวว ปญฺญเปติ. ตตฺถ ขุทฺทกํ อุทกพินฺทุํ ขุทฺทโก ปาโณ, มหนฺตํ มหนฺโตติ สญฺญี โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กิสฺมึ ปญฺญเปตีติ กตฺถ กตรสฺมึ โกฏฺฐาเส ปญฺญเปติ. มโนทณฺฑสฺมินฺติ มโนทณฺฑโกฏฺฐาเส ภนฺเตติ. อยํ ปน อุปาสโก ภณนฺโตว สยํปิ สลฺลกฺเขติ ๒- "อมฺหากํ มหานิคนฺโถ `อสญฺเจตนิกกมฺมํ อปฺปสาวชฺชํ, สญฺเจตนิกํ มหา- สาวชฺชนฺ'ติ ปญฺญเปตฺวา เจตนํ มโนทณฺโฑติ ปญฺญเปติ, อนิยฺยานิกา เอตสฺส กถา, ภควโตว นิยฺยานิกา"ติ.

[๖๔] อิทฺธาติ สมิทฺธา. ผีตาติ อติสมิทฺธา สพฺพผาลิผุลฺลา วิย. อากิณฺณมนุสฺสาติ ชนสมากุลา. ปาณาติ หตฺถิอสฺสาทโย ติรจฺฉานคตา เจว อิตฺถีปุริสทารกาทโย มนุสฺสชาติกา จ. เอกมํสขลนฺติ เอกมํสราสึ. ปุญฺชนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทฺธิมาติ อานุภาวสมฺปนฺโน. เจโตวสิปฺปตฺโตติ จิตฺเต วสีภาวปฺปตฺโต. ภสฺมํ กริสฺสามีติ ฉาริกํ กริสฺสามิ. กิญฺหิ โสภติ เอกา ฉวา นาฬนฺทาติ อิทํปิ ภณนฺโต โส คหปติ "กายปฺปโยเคน ปญฺญาสํปิ มนุสฺสา เอกํ นาฬนฺทํ เอกมํสขลํ กาตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิมา ปน เอโก เอเกเนว มโนปโทเสน ภสฺมํ กาตุํ สมตฺโถ. อมฺหากํ มหานิคนฺถสฺส กถา อนิยฺยานิกา, ภควโตว กถา นิยฺยานิกา"ติ สลฺลกฺเขสิ.

[๖๕] อรญฺญํ อรญฺญภูตนฺติ อคามกํ อรญฺญเมว หุตฺวา อรญฺญชาตํ. อิสีนํ มโนปโทเสนาติ อิสีนํ อตฺถาย กเตน มโนปโทเสน. ตํ มโนปโทสํ อสหมานาหิ เทวตาหิ ตานิ รฏฺฐานิ วินาสิตานิ. โลกิกา ปน อิสโย มนํ ปโทเสตฺวา วินาสยึสูติ มญฺญนฺติ. ตสฺมา อิมสฺมึ โลกวาเท ฐตฺวาว อิทํ วาทาโรปนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๗๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”