ตตฺถ ทณฺฑกีอรญฺญาทีนํ เอวํ อรญฺญภูตภาโว ชานิตพฺโพ:- สรภงฺค- โพธิสตฺตสฺส ตาว ปริสาย อติเวปุลฺลตํ คตาย กิสวจฺโฉ นาม ตาปโส มหาสตฺตสฺส อนฺเตวาสี วิเวกวาสํ ปตฺถยมาโน คณํ ปหาย โคธาวารีตีรโต กลิงฺครฏฺเฐ ทณฺฑกีรญฺโญ กุมฺภปุรํ นาม นครํ อุปนิสฺสาย ราชุยฺยาเน วิเวกมนุพฺรูหยมาโน วิหรติ. ตสฺส เสนาปติ อุปฏฺฐาโก โหติ. ตทา จ เอกา คณิกา รถํ อภิรุหิตฺวา ปญฺจสตมาตุคามปริวารา ๑- นครํ อุปโสภยมานา วิจรติ. มหาชโน ตเมว โอโลกยมาโน ปริวาเรตฺวา วิจรติ, นครวีถิโย นปฺปโหนฺติ. ราชา วาตปานํ วิวริตฺวา ฐิโต ตํ ทิสฺวา กา เอสาติ ปุจฺฉิ. ตุมฺหากํ นครโสภินี เทวาติ. โส อุสฺสุยฺยมาโน "กึ เอตาย โสภิตํ ๒- นครํ สยํ โสภิสฺสตี"ติ ตํ ฐานนฺตรํ อจฺฉินฺทาเปสิ.

สา ตโต ปฏฺฐาย เตน เตน ๑- สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา ฐานนฺตรํ ปริเยสมานา เอกทิวสํ ราชุยฺยานํ ปวิสิตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ อาลมฺพนผลกํ นิสฺสาย ปาสาณผลเก นิสินฺนํ ตาปสํ ทิสฺวาว ๒- จินฺเตสิ "กิลิฏฺโฐ วตายํ ตาปโส อนญฺชิตามณฺฑิโต, ทาฐิกาหิ ปรุฬฺหาหิ มุขํ ปิหิตํ. มสฺสุนา อุรํ ปิหิตํ อุโภ กจฺฉา ปรุฬฺหา"ติ. อถสฺสา โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ "อหํ เอเกน กิจฺเจน วิจรามิ, อยญฺจ เม กาลกณฺณิ ทิฏฺโฐ, อุทกํ อาหรถ, อกฺขีนิ โธวิสฺสามี"ติ อุทกทนฺตกฏฺฐํ อาหราเปตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา ตาปสสฺส สรีเร ปิณฺฑปิณฺฑํ เขฬํ ปาเตตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ ชฏามตฺถเก ขิปิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุทกํ ตาปสสฺส มตฺถกสฺมึเยว สิญฺจิตฺวา "เยหิ เม อกฺขีหิ กาลกณฺณิ ทิฏฺโฐ, ตานิ โธตานิ กลิปวาหิตา"ติ นิกฺขนฺตา.

ตํทิวสญฺจ ราชา สตึ ปฏิลภิตฺวา "โภ กุหึ นครโสภินี"ติ ปุจฺฉิ. อิมสฺมึเยว นคเร เทวาติ. ปกติฐานนฺตรเมวสฺส เทถาติ ฐานนฺตรํ ทาเปสิ. สา ปุพฺเพ สุกตกมฺมํ นิสฺสาย ลทฺธํ ฐานนฺตรํ ตาปสสฺส สรีเร เขฬปาตเนน ลทฺธนฺติ สญฺญํ อกาสิ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๗๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”