ตโต กติปาหจฺจเยน ๓- ราชา ปุโรหิตสฺส ฐานนฺตรํ คณฺหิ. โส นคร- โสภินิยา สนฺติกํ คนฺตฺวา "ภคินิ กินฺติ กตฺวา ฐานนฺตรํ ปฏิลภี"ติ ปุจฺฉิ. "พฺราหฺมณ กึ อญฺญํ กาตพฺพํ อตฺถิ, ราชุยฺยาเน อนญฺชิตกาลกณฺณี กูฏชฏิโล เอโก อตฺถิ, ตสฺส สรีเร เขฬํ ปาเตหิ, เอวํ ฐานนฺตรํ ลภิสฺสสี"ติ อาห. โส "เอวํ กริสฺสามิ ภคินี"ติ ตตฺถ คนฺตฺวา ตาย กถิตสทิสเมว สพฺพํ กตฺวา นิกฺขมิ. ราชาปิ ตํทิวสเมว สตึ ปฏิลภิตฺวา "กุหึ โภ พฺราหฺมโณ"ติ ปุจฺฉิ. อิมสฺมึเยว นคเร เทวาติ. "อเมฺหหิ อนุปธาเรตฺวา กตํ, ตเทวสฺส ฐานนฺตรํ เทถา"ติ ทาเปสิ. โสปิ ปุญฺญพเลน ลภิตฺวา ๔- "ตาปสสฺส สรีเร เขฬปาตเนน ลทฺธํ เม"ติ สญฺญมกาสิ.

ตโต กติปาหจฺจเยน รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโต. ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมสฺสามีติ จตุรงฺคินิยา เสนาย นิกฺขมิ. ปุโรหิโต คนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโต ฐตฺวา "ชยตุ

เสนาปติ สพฺพปจฺฉา สุณิตฺวา "มยฺหํ กิร สตฺถารํ ภควนฺตํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ สคฺคโสปานํ เอวํ ฆฏฺฏยึสู"ติ อุสุมชาตหทโย มุเขน อสฺสสนฺโต เวเคน ราชุยฺยานํ คนฺตฺวา ๓- ตถาพฺยสนปฺปตฺตํ อิสึ ทิสฺวา กจฺฉํ พนฺธิตฺวา ทฺวีหิ หตฺเถหิ ทนฺตกฏฺเฐ อปพฺยูหิตฺวา ๔- อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปตฺวา อุทกํ อาหราเปตฺวา นฺหาเปตฺวา สพฺพโอสเถหิ เจว จตุชาติคนฺเธหิ จ สรีรํ อุพฺพฏฺเฏตฺวา สุขุมสาฏเกน ปุญฺฉิตฺวา ปุรโต อญฺชลึ กตฺวา ฐิโต เอวมาห "ภนฺเต อยุตฺตํ มนุสฺเสหิ กตํ, เอเตสํ กึ ภวิสฺสตี"ติ. เทวตา เสนาปติ ติธา ภินฺนา, เอกจฺจา "ราชานเมว นาเสสฺสามา"ติ วทนฺติ, เอกจฺจา "สทฺธึ ปริสาย ราชานนฺ"ติ, เอกจฺจา "รญฺโญว ชิตํ ๕- สพฺพํ นาเสสฺสามา"ติ. อิทํ วตฺวา จ ปน ตาปโส อปฺปมตฺตกํ ๖- โกปํ อกตฺวา โลกสฺส สนฺติอุปายเมว อาจิกฺขนฺโต อาห "อปราโธ นาม โหติ, อจฺจยํ ปน เทเสตุํ ชานนฺตสฺส ปากติกเมว โหตี"ติ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๗๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”