ตตฺถ สตฺตฏฺฐทิวเส วสนฺโต สพฺพญฺญุตคเวสนธีโร เอตฺตเกสุ ทิวเสสุ น ชาติสมฺเภทํ ๑- อกาสิ. "มหากุลสฺส ธีตา สเจ มํ นิสฺสาย มหนฺตํ ยสํ น ปาปุณาติ, น อหํ ๒- จตุวีสติยา พุทฺธานํ อนฺเตวาสิโก. เอติสฺสา ปาทโธวนอุทเกน สกลชมฺพูทีเป ราชูนํ อภิเสกกิจฺจํ กาเรสฺสามี"ติ ๓- ปุน จินฺเตสิ "ตโต ๔- อคารมชฺเฌ วสนฺโต น สกฺขิสฺสามิ, ปพฺพชิตฺวา ปน สกฺขิสฺสามี"ติ. จินฺเตตฺวา ตํ อามนฺเตสิ "ทิฏฺฐมงฺคลิเก มยํ ปุพฺเพ เอกจรา กมฺมํ กตฺวาปิ อกตฺวาปิ สกฺกา ชีวิตุํ, อิทานิ ปน ทารภรณํ ปฏิปนฺนมฺห, กมฺมํ อกตฺวา น สกฺกา ชีวิตุํ, ตฺวํ ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว มา อุกฺกณฺฐี"ติ ๕- อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สุสานาทีสุ นนฺตกานิ สงฺกฑฺฒิตฺวา นิวาสนปารุปนํ กตฺวา สมณปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา เอกจโร ลทฺธกายวิเวโก กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ อภิญฺญาโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา "อิทานิ สกฺกา ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อวสฺสเยน ๖- มยา ภวิตุนฺ"ติ พาราณสีอภิมุโข คนฺตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ภิกฺขํ จรมาโน ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เคหาภิมุโข อคมาสิ.

สา ตํ ทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา อสญฺชานนฺตี "อติจฺฉถ ภนฺเต, จณฺฑาลานํ วสนฏฺฐานํ เอตนฺ"ติ อาห. โพธิสตฺโต ตตฺเถว อฏฺฐาสิ. สา ปุนปฺปุนํ โอโลเกนฺตี สญฺชานิตฺวา หตฺเถหิ อุรํ ปหริตฺวา วิรวมานา ปาทมูเล ปติตฺวา อาห "ยหิ เต สามิ เอทิสํ จิตฺตํ อตฺถิ, กสฺมา มํ มหตา ยสา ปริหาเปตฺวา อนาถํ อกาสี"ติ. นานปฺปการํ ปริเทวํ ปริเทวิตฺวา อกฺขีนิ ปุญฺฉมานา อุฏฺฐาย ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา อนฺโตเคเห นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ อทาสิ. มหาปุริโส ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อาห "ทิฏฺฐมงฺคลิเก มา โสจิ มา ปริเทวิ, อหํ ตุยฺหํ ปาทโธวนอุทเกน สกลชมฺพูทีเป ราชูนํ อภิเสกกิจฺจํ กาเรตุํ สมตฺโถ, ตฺวํ ปน เอกํ มม วจนํ กโรหิ, นครํ ปวิสิตฺวา `น มยฺหํ สามิโก จณฺฑาโล, มหาพฺรหฺมา มยฺหํ สามิโก'ติ อุคฺโฆสยมานา สกลนครํ จราหี"ติ.

เล่มที่ ๑๓ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์๘๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อุปาลิวาทสูตร”