ต่อแต่นั้น พวกภิกษุผู้ถือปังสุกูลิกจีวรกังคธุดงค์เหล่านั้น กล่าวสรรเสริญคุณของคนเหล่านั้นบ่อยๆ กล่าวตลอดหมดทั้งวัน แม้กลางคืนก็กล่าว. ด้วยเหตุมีประมาณเพียงนี้ ศีรษะของผู้ตั้งอยู่ในอิจฉาจารก็หลุดไป ท้องก็แตก. พึงทราบบุคคลผู้น้อมใจไปในโลกามิส ด้วยประการฉะนี้.

บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงบุคคลผู้ได้อาเนญชสมาบัติ ผู้สำคัญผิด จึงตรัสว่า ฐานํ โข ปน ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า อาเนญฺชาธิมุตฺตสฺส ความว่า ผู้น้อมไป คือโน้มไป โอนไป เงื้อมไปในสมาบัติ ๖ ในเบื้องต่ำอันเว้นจากเครื่องหวั่นไหว คือกิเลส.

บทว่า เส ปวุตฺเต แปลว่า นั้นหลุดไปแล้ว. เพราะอามิส คือกามคุณ ๕ ย่อมปรากฏแก่ผู้ได้สมาบัติ ๖ ผู้สำคัญผิด เหมือนใบไม้เหลืองหลุดจากขั้วฉะนั้น. ด้วยเหตุนี้จึงตรัสคำนั้น.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. สุนักขัตตสูตร”