บทว่า อลํ จ เต อนฺตภยาย ความว่า ไม่สามารถทำอันตรายแก่ชีวิตของท่าน. ธุลีและละอองมีละอองข้าวเปลือกเป็นต้น ชื่อว่า รโชสุกํ.

บทว่า อสุจิวิสโทโส ได้แก่ โทษอันเป็นพิษนั้นด้วย. บทว่า ตทุภเยน ได้แก่ ด้วยกิริยาอันไม่เป็นสัปปายะ และโทษอันเป็นพิษทั้งสองนั้น. บทว่า ปุถุตฺตํ ได้แก่ ความเป็นแผลใหญ่.

ในคำว่า เอวเมว โข นี้ พึงเห็นโทษอันเป็นพิษ คืออวิชชาที่ยังละไม่ได้ เหมือนการถอนลูกศรอันมีเชื้อ พึงเห็นเวลาที่ไม่สำรวมในทวารทั้ง ๖ เหมือนภาวะคือการทรงอยู่แห่งกิริยาอันไม่สบาย การบอกคืนสิกขาแล้วเวียนมาเพื่อความเป็นคนเลว เหมือนการตาย เพราะแผลบวมขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการนั้น. พึงเห็นการต้องอาบัติหนัก เศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมือนทุกข์ปางตาย. แม้ในฝ่ายขาว พึงทราบการเปรียบเทียบด้วยความอุปมา โดยนัยนี้แหละ.

สติในคำว่า สติยา เอตํ อธิวจนํ นี้มีคติเหมือนปัญญา. โลกิยปัญญาย่อมมีได้ด้วยปัญญาอันเป็นโลกิยะ โลกุตรปัญญาย่อมมีได้ด้วยปัญญาอันเป็นโลกุตระ.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๑๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. สุนักขัตตสูตร”