ตอบว่า เหมือนบุรุษคิดว่าจักฆ่าควายป่า จึงถือหอกออกตามไป ถ้าฆ่ามันได้ก็จะป่าวร้องแก่ชาวบ้านทั้งสิ้น แต่เมื่อไม่อาจฆ่ามันได้ ก็ฆ่าเนื้อตัวเล็กๆ มีกระต่ายและเหี้ยเป็นต้นในกลางทางเต็มหาบแล้วก็กลับมาเท่านั้นฉันใด พึงทราบการที่ภิกษุนี้ทำตติยฌานให้เป็นบาท ทำบริกรรมเพื่อจตุตถฌาน เหมือนบุรุษถือหอกออกติดตามควายป่า พึงทราบการที่ภิกษุคิดว่า ฌานอันเป็นส่วนแห่งคุณวิเศษจะพึงมีแก่ผู้พิจารณาเห็นการข่มนิวรณ์เป็นต้น ความที่ฌานอันเป็นส่วนแห่งคุณวิเศษก็ช่างเถอะ เราจักกระทำฌานอันเป็นส่วนแห่งการแทงตลอด (ให้ได้) ดังนี้ แล้วเจริญวิปัสสนาทำให้แจ้งพระอรหัต เหมือนการจะฆ่าควายป่า พึงทราบการที่ภิกษุเมื่อไม่สามารถทำให้แจ้งพระอรหัต แต่นั้นก็ถอยมาเข้าจตุตถฌาน เหมือนบุรุษไม่สามารถฆ่าควาย ก็ฆ่าเนื้อเล็กๆ มีกระต่ายและเหี้ยเป็นต้นในกลางทางเต็มหาบแล้วจึงไปฉันนั้น. แม้ในการประกอบความแห่งการเจริญมรรคและการทำให้แจ้งสัจจะ ๔ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงสถานที่เกิดของภิกษุผู้ไม่อาจทำให้แจ้งพระอรหัต จึงตรัสคำว่า กายสฺส เภทา ดังนี้ เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ แปลว่า เหตุใด. อธิบายว่า วิญญาณอันจะเป็นไปในภพนั้นๆ พึงมีคือเหตุเครื่องเข้าถึงความไม่หวั่นไหว มีอยู่.
ก็บทว่า ตํสํวตฺตนิกํ ในคำนี้ได้แก่ เป็นไปพร้อมเพื่อภิกษุนั้น. ภิกษุนั้นย่อมเป็นไป คือบังเกิดด้วยวิญญาณอันเป็นวิบากใด วิญญาณนั้นพึงเป็น (วิญญาณอันเข้าถึงความไม่หวั่นไหว).
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที