อธิบายว่า ย่อมไม่เห็นตนของคนอื่นที่จะพึงน้อมเข้ามาด้วยภาวะน้อยหนึ่งนี้ในฐานะไรๆ ว่า พี่น้องชายในฐานะพี่น้องชายของตน สหายในฐานะสหายหรือบริขารในฐานะบริขาร. ด้วยประการอย่างนี้ ภิกษุนี้ เหตุที่ไม่เห็นตนในอะไรๆ ไม่เห็นตนนั้นว่า จะพึงนำเข้าไปในภาวะน้อยหนึ่งของคนอื่น ไม่เห็นตนของคนอื่น และไม่เห็นตนของคนอื่นที่จะพึงนำเข้ามาโดยภาวะน้อยหนึ่งของตน เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า สุญญตานี้มี ๔ เงื่อน.

บทว่า ตพฺพหุลวิหาริโน ความว่า กระทำปฏิปทาที่กล่าวแล้วในหนหลัง และสุญญตา ๔ เงื่อนนี้ให้มากอยู่. แม้ในอากิญจัญญายตนฌานที่ ๓ นี้ ก็ตรัสโอสักกนาด้วยอำนาจวิปัสสนานั้นเอง

บทว่า อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ความว่า ถึงอากิญจัญญายตนฌานแล้วพิจารณาอยู่อย่างนี้. ก็ภิกษุนี้มีปัญญามากกว่าภิกษุ ๖ รูปข้างต้น จึงพิจารณากรรมฐานรวมกันสำหรับภิกษุแม้ทั้ง ๗ รูป คือสำหรับภิกษุเหล่านั้นด้วย สำหรับตนด้วย.

บทว่า ยตฺเถตา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ ความว่า สัญญาทั้งปวงซึ่งกล่าวแล้วในหนหลังเหล่านี้ ถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานใดแล้ว ย่อมดับไปในที่นี้.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๓๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อาเนญชสัปปายสูตร”