ชื่อว่าสุขธาตุ เพราะสุขนั้นด้วย ชื่อว่าเป็นธาตุด้วย เพราะอรรถว่าไม่ใช่สัตว์และเป็นของสูญ. ในบททั้งปวงก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ก็ในธาตุ ๖ อย่างนี้ ธาตุ ๔ ธาตุแรก ท่านถือเอาเนื่องด้วยเป็นสิ่งขัดกัน แต่ ๒ ธาตุหลังท่านถือเอาเนื่องด้วยคล้ายกัน. ธาตุคืออุเบกขาคล้ายกันกับธาตุคืออวิชชา แม้เพราะเป็นภาวะที่ไม่ชัดแจ้ง. อนึ่งในธาตุ ๖ นี้ เมื่อทรงกำหนดเอาสุขธาตุและทุกขธาตุ ก็เป็นอันทรงกำหนดเอาวิญญาณธาตุด้วย. เมื่อทรงกำหนดเอาธาตุที่เหลือ ก็เป็นอันทรงกำหนดเอามโนวิญญาณธาตุด้วย. ธาตุ ๖ อย่างแม้เหล่านี้ (คือสุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส อุเบกขา อวิชชา) ก็พึง (แจกออกไป) ให้เต็ม (รูปแบบ) โดยธาตุ ๑๘ อย่างข้างต้นนั่นแล. เมื่อจะทำให้เต็ม (รูปแบบ) ต้องทำให้เต็มจำนวน โดยนำออกจากอุเบกขาธาตุดังกล่าวมานี้ในบรรดาธาตุ ๑๘ อย่างเหล่านี้ ธาตุ ๑๐ อย่างครึ่งเป็นการกำหนดรูปแล.
แม้กรรมฐานนี้ย่อมเป็นอันตรัสให้ถึงที่สุด เป็นการย้ำท้ายแก่ภิกษุรูปหนึ่ง โดยนัยก่อนนั่นแล. อธิบายกามธาตุ
พึงทราบเนื้อความแห่งกามธาตุเป็นต้นโดยนัยที่ตรัสไว้ในกามวิตกเป็นต้นในเทวธาวิตักกสูตร. แม้ในพระอภิธรรม กามธาตุเป็นต้นเหล่านั้น ท่านได้ให้พิสดารไว้แล้วโดยนัยมีอาทิว่า
ธาตุเหล่านั้น กามธาตุเป็นไฉน? ได้แก่ ความตรึก ความวิตกอันประกอบด้วยกามดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที