ก็ในอธิการนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า เว้นองค์แห่งผลทั้ง ๘ ประการเสีย กระทำสัมมาญาณะให้เป็นเครื่องพิจารณาแล้วทำสัมมาวิมุตติให้เป็นผลก็ควร. ผู้มีสัมมาทิฏฐิก็สลัดมิจฉาทิฏฐิได้
ในบทว่า สมฺมาทิฏฺฐิสฺส ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ นิชฺชิณฺณา โหติ (ภิกษุทั้งหลาย ผู้มีสัมมาทิฏฐิย่อมเป็นอันสลัดมิจฉาทิฏฐิ) ดังนี้เป็นต้น ท่านอาจารย์ผู้กล่าวนิกายที่เหลือกล่าวว่า ตรัสถึงผล. ส่วนอาจารย์ผู้กล่าวมัชฌิมนิกาย กล่าวอาคตสถานของนิชชรวัตถุ ๑๐ ประการว่า ตรัสถึงมรรค.
บรรดาธรรมเหล่านั้น พึงทราบว่า ชื่อว่าสัมมาทิฏฐิ เพราะอรรถว่าเห็นพระนิพพาน. พึงทราบว่า ชื่อว่าสัมมาญาณะ เพราะอรรถว่ากระทำให้แจ่มแจ้งพระนิพพาน. พึงทราบว่า ชื่อว่าสัมมาวิมุตติ เพราะอรรถว่าน้อมใจไปในพระนิพพานนั้น.
บทว่า วีสติ กุสลปกฺขา ความว่า เป็นธรรมฝ่ายกุศล ๒๐ ประการอย่างนี้ คือธรรม ๑๐ ประการมีสัมมาทิฏฐิเป็นต้น และธรรม ๑๐ ประการที่ตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า กุศลธรรมเป็นอเนกประการที่มีสัมมาทิฏฐิเป็นปัจจัย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที