บทว่า ปรมา คือ สูงสุด. บทว่า เลิศ คือ ประเสริฐสุด.

บทว่า อนุตฺตริยา อกฺขายติ ความว่า กล่าวว่าไม่มีอะไรเหมือน. ตรัสรูปาวจรสัญญา ๔ ด้วยบทนี้ว่า ยทิ รูปสญฺญานํ. ตรัสอากาสานัญจายตนสัญญาและวิญญาณณัญจายตนสัญญา ด้วยบทนี้ว่า ยทิ อรูปสญฺญานํ. ตรัสสมาปันนกวาระและอสมาปันนกวาระด้วยบททั้งสองกับบทนอกนี้. สัญญาเหล่านี้จัดเป็น ๘ ส่วน อย่างที่กล่าวมาด้วยประการดังนี้. แต่โดยใจความ สัญญามี ๗ อย่าง. จริงอยู่ สมาปันนกวาระสงเคราะห์ด้วยสัญญา ๖ ข้างต้นเท่านั้น.

บทว่า ตยิทํ สงฺขตํ ความว่า สัญญาแม้ทั้งหมดนี้นั้นกับด้วยทิฏฐิอันปัจจัยปรุงแต่ง คือประมวลมาแล้ว. บทว่า โอฬาริกํ ความว่า ชื่อว่าหยาบ เพราะปัจจัยปรุงแต่งเทียว. บทว่า อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ ความว่า ก็ชื่อว่านิพพานที่นับได้ว่า ความดับสังขารทั้งหลายที่ท่านกล่าวว่า อันปัจจัยปรุงแต่ง เหล่านั้น มีอยู่. คำว่า อตฺเถตนฺติ อิติ วิทิตฺวา ความว่า ก็เพราะรู้นิพพานนั้นแลอย่างนี้ว่า นิพพานนั่นมีอยู่. คำว่า ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ความว่า มีปกติเห็นการสลัดออก คือมีปกติเห็นความดับสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น. บทว่า ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต ความว่า ก้าวล่วง. อธิบายว่า ก้าวล่วงพร้อมซึ่งสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งนั้น.

บทว่า ตตฺร ได้แก่ บรรดาอสัญญีวาทะ ๘ ประการเหล่านั้น. คำว่า อรูปี วา ดังนี้เป็นต้น พึงทราบโดยนัยดังกล่าวไว้ในสัญญีวาทะนั่นแล. ก็เพราะวาทะนี้เป็นอสัญญีวาทะ ฉะนั้น จึงไม่กล่าวจตุกกะที่สองนี้ไว้.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ปัญจัตตยสูตร”